ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความอาลัยต่อการถึงแก่อสัญกรรมของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรษ ว่า ขอร่วมกับคนทั้งประเทศที่เสียใจและอาลัย ในฐานะที่ตนเป็นคนสงขลา และเป็นประธานมูลนิธิสวนประวัติศาสตร์ พล.อ.เปรม ซึ่งตนได้อาสาทำงานกับท่านในบางเรื่องและบางระยะ เห็นถึงความเจตนาดีและตั้งใจดี ในการอุทิศตนแก่ส่วนรวมตลอดมาในทุกเรื่อง บางเรื่องเป็นข่าว บางเรื่องไม่เป็นข่าว ซึ่งต่อไปอาจจะเป็นข่าวได้มากขึ้น

“เมื่อไม่กี่วันมานี้ ก่อนที่ท่านจะถึงแก่อสัญกรรม ท่านให้คนสนิทติดต่อมาที่ผม ว่าท่านมีความประสงค์ที่จะทำประโยชน์ หรือบริจาคอะไรบางอย่างให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชนโดยทั่วไป ซึ่งท่านให้คนมาถามความเห็นผมว่า น่าจะทำอะไรดี เพราะท่านไม่ต้องการเก็บสะสมอะไรไว้ทั้งหมด แต่ยังไม่ทันได้คิด ท่านก็มาจากไป ถือว่าเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญของประเทศ และอาจจะเป็นของภูมิภาคอีกคนหนึ่ง สังเกตจากการแสดงความเสียใจ และการไว้อาลัยที่ออกมาอย่างรวดเร็วจากต่างประเทศ และเดี๋ยวจะมีมากกว่านี้ เราจะได้เห็นเลยว่าอยู่ในยุคที่มีคนสำคัญ คนรุ่นใหม่อาจจะเกิดไม่ทัน หรือจำไม่ได้ว่าท่านทำอะไรเอาไว้บ้าง ทั้งในแง่ความมั่นคง ถ้าไม่มีท่าน ผมคิดว่าประเทศไทยจะไม่ได้อยู่มาทุกวันนี้” นายวิษณุ กล่าว

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า และในแง่เศรษฐกิจ พล.อ.เปรม ริเริ่มนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด ซึ่งยิ่งใหญ่มากในครั้งนั้น และท่านยังสามารถยืนหยัดอยู่ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังการยุบสภาถึง 3 ครั้ง โดยไม่สังกัดพรรคการเมืองใด เมื่อพรรคการเมืองเชิญ ท่านก็มาด้วยความยินยอมพร้อมใจ ทั้งที่ท่านกำชับทุกครั้งในการจัดตั้งรัฐบาลว่า ขอให้ถือว่ารัฐบาลนี้เหนือพรรคเหนือพวก แต่พรรคการเมืองก็ยังยอมรับท่าน ตนจึงถือว่าท่านต้องมีความยิ่งใหญ่ และความเป็นผู้นำจริงๆ พูดอะไรก็ไม่ค่อยจะพูด จนสื่อมวลชนตั้งฉายาว่าพระเตมีย์ใบ้ ท่านก็ยังอยู่มาได้ และได้รับความเคารพนับถือ ต้องถือว่าเราอยู่ในยุคที่ท่านเป็นผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของประเทศ