นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 1 ในกลุ่ม “New Dem” กล่าวถึงคุณสมบัติของหัวพรรคประชาธิปัตย์คนต่อไป ว่า ต้องเป็นคนดีที่สามารถนำพรรคประชาธิปัตย์เข้าสู่การเมืองยุค 4.0 เป็นคนรุ่นใหม่ที่เข้าได้กับคนทุกวัย ทุกระดับ มีความเป็นสากลที่ทัวโลกให้การยอมรับ มีประสบการณ์ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในระดับโลกและระดับรากหญ้า ที่สำคัญต้องเป็นคนที่เน้นการกระทำมากกว่าวาทะกรรม เพราะโลกเปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว คนที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคก็จะต้องตอบโจทย์และเท่าทันสถานการณ์

อย่างไรก็ตาม นายชัยชนะ กล่าวยอมรับว่า ผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 4 คน ต่างก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไป นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ก็มีความเก๋าเกมทางการเมือง เป็น ส.ส.มาหลายสมัย , นายกรณ์ จาติกวณิช ก็เป็นคนรุ่นใหม่ที่เหมาะกับยุค 4.0 ที่ต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการทำงาน อีกทั้งนายกรณ์ ยังมีความเป็นสากลที่มีประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจในระดับโลก ส่วน นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ก็มีภาพลักษณ์ที่ดีในฐานะที่เป็นอดีตผู้ว่าฯ กทม.ขณะที่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายคนหนึ่งของพรรค

“ผมในฐานะที่เป็น 1 เสียง ที่จะสามารถโหวตเลือกหัวหน้าพรรค ได้มีการพูดคุยกับ Voter ในพื้นที่ เพื่อให้มองจุดหมายไปที่จุดเดียวกันคือ การเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ที่จะมากำหนดทิศทางของพรรคในอนาคตได้อย่างชัดเจน โดยสรุปบทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งนี้ ผมดีใจ ที่ 1 ใน 4 ผู้สมัครฯ มีคุณสมบัติตรงตาม Voter อย่างผมต้องการคือ คุณกรณ์ เป็นผู้ที่เหมาะสมที่สุด เป็นคนรุ่นใหม่ มีแนวคิดทันสมัยเหมาะสมกับยุคโซเชียล 4.0 เข้าได้กับทุกคน คุณกรณ์เป็นนักการเงิน นักเศรษฐศาสตร์ นักบริหาร ที่เข้าใจเศรษฐกิจเป็นอย่างดี หากได้เป็นหัวหน้าพรรค ราคาพืชผลทางการเกษตรในภาคใต้ต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น ยาง ปาล์ม และผลไม้ต่างๆ นอกจากนี้ ผมยังเชื่อว่า คุณกรณ์จะสามารถนำพรรคประชาธิปัตย์ให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง มีเสียง ส.ส.เกินร้อยที่นั่ง ภาคใต้ได้รับการเลือกตั้งยกภาค และ กทม.ได้เกิน 20 ที่นั่งอย่างแน่นอน” นายชัยชนะ กล่าว

นายชัยชนะ ยังกล่าวด้วยว่า ข้อดีของพรรคประชาธิปัตย์ คือ เปิดโอกาสให้สมาชิกได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ แม้สมาชิกในพรรคจะมีทั้งอนุรักษ์นิยม และเสรีนิยมประชาธิปไตย การเลือกหัวหน้าพรรค ความอาวุโสก็เป็นเรื่องหนึ่งที่พรรคยึดถือปฏิบัติ แต่เมื่อถึงยุคที่ต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้ทันโลก ทันสถานการณ์ ถึงเวลาพรรคประชาธิปัตย์เองก็ต้องเปลี่ยน เลือกคนที่พรรคจะไปต่อได้ในสถานการณ์ที่สังคมไม่เหมือนเดิม ดังนั้น จึงอยากให้ทุกคนทบทวนบทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งนี้ให้มากว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง สังคมเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และพรรคจะต้องปรับตัวอย่างไร การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคครั้งนี้เป็นครั้งที่สำคัญ เพราะจะเป็นตัวกำหนดอนาคตและทิศทางของพรรคประชาธิปัตย์

ส่วนกรณีพรรคประชาธิปัตย์จะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น นายชัยชนะ กล่าวว่า ณ วันนี้ ยังไม่ได้มองถึงจุดนั้น แต่เรามองที่อนาคตของพรรคเป็นหลัก โดยเฉพาะประมุขคนใหม่ ที่จะเป็นเสมือนหัวเรือ นำพรรคไปสู่อนาคต