นายภูมิธรรม เวชชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อของ กกต.ว่า การคิดคำนวณของกกต.ที่คำนึงถึงพรรคเล็ก พรรคเพื่อไทยเห็นว่าเป็นการกระทำที่ผิดรัฐธรรมนูญ พรรคเห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่บอกว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มาตรา 128 ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 91 เมื่อกฎหมายประเทศไทยเป็นกฎหมายลายลักอักษร ก็ต้องดำเนินการตามอย่างเคร่งครัดจะไปตีความเจนจำนงไม่ได้ เราเห็นว่าวิธีคำนวณของกกต.ตีความเกินเลยกว่าที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้มีส่วนได้เสียต่อคะแนนส.ส. เมื่อกฎหมายเขียนไว้ชัดว่าพรรคการเมืองจะมีส.ส.เกินที่พึงมีได้ การที่พรรคเล็กซึ่งมีสัดส่วนส.ส.ไม่ถึง1 คน แล้วไปตีความให้กลายเป็นมีส.ส.ไม่ได้ สิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุไม่ได้รับรองการกระทำของกกต. เมื่อกกต.กระทำตีความเกินรัฐธรรมนูญก็ต้องรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นทุกช่องทางที่กฎหมายกำหนดไว้

นายภูมิธรรม กล่าวว่า หากคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อตามขั้นตอนที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด จะมีพรรคการเมืองได้ส.ส.เพียง 16 พรรค และฝ่ายประชาธิปไตยที่จับมือกันต่อต้านการสืบทอดอำนาจมีเสียงประมาณส.ส. 253 เสียง แต่วิธีคำนวณของ กกต.ทำให้ฝ่ายประชาธิปไตยเหลือคะแนนส.ส. 245 เสียง แต่ไม่ได้หมายความว่าฝ่ายพรรคพลังประชารัฐ จะได้เสียงส.ส.เกิน 250 เสียง เพราะความเป็นจริงขณะนี้คะแนนออกมาเป็น 3 กลุ่ม ฝ่ายต่อค้านการสืบทอดอำนาจ 245 ฝ่ายสนับสนุนสืบทอดอำนาจ 138 เสียง ยังมีพรรคที่ไม่ประกาศตัวชัดเจนคือ พรรคประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ชาติพัฒนา และชาติไทยพัฒนา ซึ่งมีคะแนนรวมกันประมาณ 116 เสียง

“หากตีความว่าพรรคประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย ซึ่งเคยประกาศไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.ในการสืบทอดอำนาจด้วยแล้ว ยิ่งเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นขณะนี้ยังไม่มีอะไรบอก 100 เปอร์เซ็นต์ ว่าพรรคพลังประชารัฐ รวมเสียงได้เกิน 250 เสียง จนกว่าตัวแทนของพรรคการเมืองทุกพรรคประกาศตัวยืนอยู่ข้างพรรคพลังประชารัฐ ตอนนี้จึงอยากทราบว่าพรรคประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย ที่เคยประกาศไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ สืบทอดอำนาจ วันนี้ยังยืนยันเช่นนั้นหรือไม่ ทุกอย่างจะได้ชัดเจน ตอนนี้ไม่ถือว่าเราแพ้ เพราะตอนนี้ยังไม่มีใครรวมเสียงได้เกิน 245 วันนี้เรายังเป็นฝ่ายที่รวมเสียงได้มากที่สุด และยังมีความหวังว่าจะสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนที่ออกมาเลือกตั้งมากที่สุด”นายภูมิธรรม กล่าว