ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายรัชพล ศิริสาคร ประธานชมรมสนับสนุนการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม และทนายความ ได้พา น.ส.ศิวาพัชญ์ วรวัชร์กิตติ อายุ 44 ปี ชาว จ.ลำปาง เจ้าของบริษัท​ หัวแหลม​ กัมปะนี จำกัด​ ซึ่งประกอบกิจการเกี่ยวกับ การออกแบบ จัดหน้า และองค์ประกอบ การจัดหนังสือ การจัดรูปแบบ และ​ น.ส.นินทร์รตา มุสิกทองสิริโชติ พร้อมผู้เสียหายรายอื่นๆจำนวนกว่า 30 คน

เดินทางเข้าพบ ร้อยตำรวจ​เอก​ นันทิพัฒน์ ผังดี รองสารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 2​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (รอง​สว.กก.2​ บก.ป.)​ เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิดกับ น.ส.วิน พรนิพัฒน์ อดีตพรีเซ็นเตอร์รพ.เสริมความงาม (รพ.ยันฮี) หลังถูกฉ้อโกงเงิน จากการลงทุนทำธุรกิจเกมออนไลน์ (Sweet corn) หรือเกมส์ปลูกข้าวโพด ผ่านทางเฟซบุ๊ค คาดมีผู้เสียหายทั่วประเทศกว่า300คน มูลค่าความเสียหายรวมกว่า50 ล้านบาท

น.ส.ศิวาพัชญ์ฯ กล่าวว่า ตนรู้จักกับ น.ส.วินฯ มาได้ประมาณ 2-3 ปี ที่ผ่านมา หลังพบเจอกันในงานสัมมนาเกี่ยวกับการแปลงเพศจากผู้หญิงให้เป็นผู้ชาย ของ รพ.เสริมความงามแห่งหนึ่ง (รพ.ยันฮี) เนื่องจาก น.ส.วินฯ ผ่านการแปลงเพศสภาพจากผู้หญิงเป็นผู้ชาย และในขณะนั้นเป็นพรีเซ็นเตอร์เกี่ยวกับการแปลงเพศให้กับ รพ.ดังกล่าว ก่อนจะมีการชักชวนให้เล่นเกมส์ปลูกข้าวโพดออนไลน์

 กองบังคับการปราบปราม

ที่ น.ส.วินฯ อ้างว่าเป็นคนสร้างเกมส์ดังกล่าว ซึ่งเกมส์ดังกล่าวจะมีลักษณะคล้ายกับการจำลองเรื่องราวว่าตัวละครของเราคือเกษตรกร ลงทุนปลูกข้าวโพด เพื่อนำผลผลิตไปขายให้กับร้านค้าในเกมส์ เพื่อแลกกับการได้เงินค่าตอบแทนจริงๆให้กับผู้ที่เล่นเกมส์ ซึ่งผู้ที่เริ่มเล่นจะต้องมีการจ่ายเงินซื้อไอเท็มต่างๆในเกมส์ อาทิ ที่ดินสำหรับปลูกข้าวโพด เมล็ดพันธ์ข้าวโพด และปุ๋ย เพื่อเร่งเก็บผลผลิต ซึ่งช่วงแรกที่เล่นตนก็เห็นว่าสนุกดีจึงได้เล่นต่อมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

น.ส.วินฯ ก็ได้มาชักชวนตนให้นำเงินมาร่วมลงทุนเป็นหุ่นส่วนเกมส์ดังกล่าว ตนเห็นว่ากระแสของเกมส์น่าจะดี จึงตัดสินใจชักชวนคนในครอบครัวนำเงินมาร่วมลงทุนด้วยรวมเป็นเงินกว่า 5 แสนบาท โดยช่วง​ 1-2 เดือน แรกยอมรับว่า น.ส.วินฯ มีการจ่ายเงินปันผลให้กับตนจริง ก่อนที่ต่อมาจะเริ่มบ่ายเบี่ยง แล้วขาดหายการติดต่อไปในที่สุด ตนจึงได้ทำการตรวจสอบจนกระทั่งทราบว่า น.ส.วินฯ ไม่ได้เป็นเจ้าของเกมส์ดังกล่าวตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด

น.ส.นินทร์รตาฯ กล่าวว่า ตนรู้จักกับ น.ส.วินฯ ที่งานสัมมนาเกี่ยวกับเสริมความงามของสถาบันเสริมความงามแห่งหนึ่ง ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะพยายามเข้ามาตีสนิทพร้อมกับชักชวนเล่นเกมออนไลน์ โดยบอกว่าเป็นเกมที่ได้รับเงินปันผลจริง ซึ่งครั้งแรกที่เล่นก็ได้รับเงินปันผลตามที่ผู้ก่อเหตุอ้าง จนกระทั่งไม่กี่เดือนก่อน ผู้ก่อเหตุเสนอให้ร่วมลงทุนเพื่อแลกกับผลตอบแทนที่สูงขึ้น เช่นลงทุน10,000 บาท ได้เงินปันผลวันละ100 บาท และยังมีแพ็กเก็จที่จูงใจ ทำให้หลายคนตัดสินใจร่วมทุน

ซึ่งมีตั้งแต่หลักพัน ไปจนถึงหลักแสนบาท โดยในระยะแรกได้รับเงินตอบแทน แต่จากนั้นไม่นาน น.ส.วินฯ ก็อ้างว่ามีการเปลี่ยนผู้ลงทุนเป็นชาวสิงคโปร์ และในเดือนมีนาคม ก็ประกาศยกเลิกเกมดังกล่าวและยุติการให้เงินปันผล เมื่อพวกตนพยายามทวงถามเงินที่ลงทุน กลับถูกบ่ายเบี่ยงว่าจะนำเงินมาคืนให้หลังการเลือกตั้ง แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้เงินคืน กระทั่งขาดการติดต่อไป

“จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.วินฯ พยายามสร้างข้อมูลปลอม เช่นการเช็คอินสถานที่ว่าอยู่ต่างประเทศ โดยมีภาพถ่ายยืนยัน แต่เมื่อตรวจสอบกลับพบว่าเป็นร้านอาหารที่อยู่ในประเทศไทย อีกทั้งยังเคยรับสารภาพกับ1ในกลุ่มผู้เสียหาย ว่าเรื่องทั้งหมดนั้นแต่งขึ้น และเงินที่ได้มาก็ถูกนำไปใช้จ่ายจนหมดแล้ว” น.ส.นินทร์รตาฯ กล่าว

ด้านนายรัชพลฯ กล่าวว่า คดีนี้มีผู้เสียหายทั่วประเทศ มากกว่า​ 300 คน และมีผู้เสียหาย 1 รายในจำนวนนี้ต้องเสียชีวิตจากภาวะเส้นเลือดในสมองแตก เพราะเกิดอาการเครียดจากการถูกหลอกสูญเงินหลายแสนบาท และยังมีอีก 1 รายที่ต้องสูญเสียบิดา หลังไม่มีเงินค่ารักษาพยาบาลอาการป่วยของบิดา ได้อย่างทันท่วงที เนื่องจากนำเงินไปร่วมลงทุนกับ น.ส.วินฯ

นอกจากผู้ที่มาแจ้งความในวันนี้ ทราบว่าคนอื่นๆได้ทยอยไปแจ้งความตามโรงพักต่างๆแล้ว ส่วนพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ มีทั้งหลักฐานการโอนเงิน ข้อความสนทนาผ่านโซเชียลมีเดีย รวมถึงการโฆษณาชักชวนให้ร่วมลงทุน เล่นเกม ซึ่่งปัจจุบันผู้ก่อเหตุได้ลบข้อมูลเหล่านี้ออกจากเฟซบุ๊กไปหมดแล้ว ส่วนข้อหาที่คาดว่าจะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นมี​ 4 ข้อหา ได้แก่ ฉ้อโกงประชาชน,ความผิดตามพรก.กู้ยืมเงินประชาชน,ความผิดฐานฟอกเงิน และความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

อย่างไรก็ตามเบื้องต้นพนักงานสอบสวน ได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหายไว้ในเบื้องต้น เพื่อพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐานที่ผู้เสียหายนำมามอบให้ ก่อนประสานส่งต่อเรื่องไปยังกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ช่วยดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง​