พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม.ได้เปิดเผยถึงกรณีที่ โลกโซเชียลแชร์เรื่องราวของคนไทยกว่า 300 ราย ถูกกักภายในด่าน ตม.ประเทศเกาหลีใต้ หลังเดินทางด้วยสายการบินราคาถูกแห่งหนึ่งแล้วติดด่านยกลำว่า ทางเราได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกันระหว่าง ตม.เกาหลีใต้ อยู่ตลอด หากพบว่ามีบริษัทไหนหลอกประชาชนไปทำงานก็พร้อมจะดำเนินคดีกับบริษัทนั้น ทางเราจะอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนที่ถูกปล่อยลอยแพ โดยสายการบินที่พาไป ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามระเบียบในการส่งตัวกลับ โดยที่ผ่านมา มีการประชุมอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง

พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่พบศีรษะหญิงชาวไทยที่ประเทศโปรตุเกสว่า ทางผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ประสานตำรวจโปรตุเกส เพื่อเร่งดำเนินการติดตามตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี สอดรับกับทางพล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ผบก.สส.สตม.) กล่าวว่า จากตรวจสอบพบเป็นศีรษะของ น.ส.นัชยา เจนจบ ที่หายไปจากที่พักตั้งแต่ปี2561 ต่อมาสืบทราบว่า น.ส.สงาม สวาตะโกน เพื่อนร่วมงานคนไทยและอยู่ด้วยกันเป็นคนสุดท้าย ก่อนน.ส.นัชยา จะหายตัวไป ขณะนี้ตำรวจโปรตุเกสอยู่ระหว่างสอบปากคำอยู่ และจะรายงานมาที่
สถานทูตไทยประจำประเทศโปรตุเกส
นอกจากนี้ยังสืบทราบว่า น.ส.สงามมีสามีเป็นชาวปากีสถานนั้นได้หายตัวไป จึงได้ทำการตรวจสอบข้อมูลชาวปากีสถานที่เข้ามาในประเทศไทยกว่า 523 คนว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องกับ น.ส.สงาม บ้าง

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการเดินทางมามอบนโยบายที่สโมสรตำรวจ ทางผบช.สตม. ได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองคือวิหารหลวงพ่อเข้าเมือง และศาลตายายหรือศาลานางไม้ เช่นกัน