ปปง. คืนเงินเหยื่อฉ้อโกงกว่า 9.5 ล้าน เยียวยาค้ามนุษย์–ยึดทรัพย์ยาเสพติด รวมกว่า 10.3 ล้าน

ปปง. เดินหน้าคืนเงินและทรัพย์สินให้แก่ผู้เสียหายและนำส่งกระทรวงการคลังให้ตกเป็นของแผ่นดิน รวมมูลค่ากว่า 10.3 ล้านบาท ในคดีฉ้อโกง ค้ามนุษย์ และยาเสพติด รอบเดือนกันยายน – ตุลาคม 2569

สำนักงาน ปปง. แถลงผลการดำเนินงานล่าสุด ในการนำเงินหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดกลับคืนให้แก่ผู้เสียหายและนำส่งกระทรวงการคลังให้ตกเป็นของแผ่นดิน ตามกฎหมายว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยในช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม 2569 สำนักงาน ปปง. ได้ดำเนินการคืนหรือชดใช้คืนทรัพย์สิน ซึ่งเป็นเงินให้แก่ผู้เสียหายในคดีฉ้อโกงรวม 3 รายคดี เป็นจำนวนกว่า 9.58 ล้านบาท ส่งมอบเงินเพื่อเยียวยาผู้เสียหาย ในคดีค้ามนุษย์ผ่านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำนวน 197,023.22 บาท และส่งให้แก่กระทรวงการคลังเพื่อตกเป็นของแผ่นดิน เป็นจำนวน 524,211.31 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 10.3 ล้านบาท ดังนี้

  1. คืนหรือชดใช้คืนเป็นเงินให้แก่ผู้เสียหายในคดีฉ้อโกงตามคำสั่งถึงที่สุดของศาล รวมกว่า 9.58 ล้านบาท
    •รายคดีนางสาวสุนิสา กับพวก ในความผิดลักทรัพย์ กรรโชก ชิงทรัพย์ ฉ้อโกงหรือยักยอก อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยดำเนินการคืนเงินจำนวน 6,200,000 บาท
    •รายคดีนางสาวคณัสนันท์ กับพวก ในความผิดหลอกขายกระเป๋าแบรนด์ผ่านอินสตาแกรม ผู้เสียหายไม่ได้รับสินค้าหรือได้รับสินค้าปลอม โดยได้ดำเนินการคืนเงินแล้ว 2 ครั้ง ผู้เสียหายจำนวน 13 ราย รวม 3,168,871.62 บาท
    •รายคดีนางสาววันนา กับพวก ในความผิดฉ้อโกงประชาชนและความผิดอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยได้ดำเนินการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายจำนวน 2 ราย รวม 216,099.21 บาท
  2. ดำเนินการเยียวยาผู้เสียหายในคดีค้ามนุษย์ จังหวัดภูเก็ต สำนักงาน ปปง. ได้ดำเนินการส่งเงินที่ศาลได้มีคำสั่งให้นำไปคืนหรือชดใช้คืนให้ผู้เสียหายจำนวน10 ราย ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมมูลค่ากว่า 197,023.22 บาท
  3. ดำเนินการส่งทรัพย์สินให้กระทรวงการคลังเพื่อให้ตกเป็นของแผ่นดิน โดยในรายคดีนายทัพพสาร กับพวก ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สิน ตกเป็นของแผ่นดิน สำนักงาน ปปง. จึงได้ดำเนินการนำส่งทรัพย์สินมูลค่ากว่า 524,211.31 บาท ให้กระทรวงการคลังเพื่อตกเป็นของแผ่นดินต่อไป

สำนักงาน ปปง. ยังคงดำเนินการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายเพื่อคืนเงินหรือชดใช้คืนต่อไป การดำเนินการดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่า กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินไม่ได้มุ่งเพียงนำทรัพย์สิน ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดกลับคืนสู่รัฐเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิของประชาชนผู้สุจริตด้วย