ฤดูกฐิน…เลือกพระธรรมวินัย ที่ถูกบิดเบือน หรือเลือกยอดเงินทอดกฐิน เจ็ดหลัก

คอลัมน์ เสือซ่อนเล็บ โดย พยัคฆ์น้อย ๑๐๙

เทศกาลทอดกฐิน กำลังเริ่มหลายวัด มุ่งมันจัดงานแบบยิ่งใหญ่ หวังให้ได้ยอดเงิน หกหลัก เจ็ดหลัก

ตัว พยัคฆ์น้อย ๑๐๙ เองเคยบวชเรียนมา ได้ศึกษาพระธรรมพระวินัยมาบ้างพอสมควร นั่งมองฤดูกฐินแบบหดหู่ เมื่ออำนาจปกครองอยู่เหนือพระวินัย จากบุญแห่งความสามัคคี สู่มหกรรมเรี่ยไรเงิน! วัดแข่งยอดบริจาค รถแห่กระหึ่ม มหรสพครองลานวัด จี้ผู้ปกครองสงฆ์หยุดนิ่งเฉย ก่อนศรัทธาพุทธศาสนิกชนจะพังทลาย

กฐินในพุทธบัญญัติ มีหัวใจอยู่ที่ผ้าและพระธรรมวินัย ไม่ใช่ยอดเงินบริจาค ไม่ใช่เวทีมหรสพ และไม่ใช่สนามแข่งขันบารมีของผู้มีอำนาจ!

พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้จำพรรษาครบถ้วนประกอบกฐินกรรม เพื่อประโยชน์ด้านจีวรและความพร้อมเพรียงของหมู่สงฆ์ มิใช่เพื่อเปิดเทศกาลระดมทุนประจำปี

แต่วันนี้ภาพของงานกฐินบางแห่งกลับเปลี่ยนไปอย่างน่าตกใจ!ซองกฐินถูกแจกจ่ายไปทั่วสารทิศ ตั้งเป้ายอดเงินหลักแสนหลักล้าน แข่งขันกันว่าใครได้มากกว่าใคร ประธานกฐินกลายเป็นตำแหน่งเชิดหน้าชูตา ขณะที่ผ้าไตรอันเป็นสาระสำคัญของกฐิน กลับถูกลดความสำคัญเหลือเพียงองค์ประกอบหนึ่งของพิธี

จากงานบุญเพื่อความมักน้อย กลับกลายเป็นเวทีประกวดความมั่งมี หนักกว่านั้น บางวัดเปิดพื้นที่ให้รถแห่ เครื่องเสียงกระหึ่ม การแสดงยั่วยุ และวงสุรา เข้ามาปะปนกับงานบุญ จนต้องตั้งคำถามว่า นี่คือเขตพุทธาวาส หรือสถานบันเทิงกลางแจ้ง?

การสร้างความสนุกสนานไม่ใช่ความผิดในตัวเอง แต่เมื่อความบันเทิงบดบังสาระของพระธรรมวินัย ความศรัทธาก็เสี่ยงถูกเปลี่ยนเป็นเพียงความคึกคะนองชั่วครั้งชั่วคราว ที่น่าห่วงยิ่งกว่าความเปลี่ยนแปลงของงานกฐิน คือความเงียบของผู้มีหน้าที่ปกครองคณะสงฆ์!

ประเทศไทยมีเจ้าคณะผู้ปกครองทุกระดับ มีมหาเถรสมาคม มีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แต่เหตุใดจึงยังปรากฏกิจกรรมที่ชวนตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและความสอดคล้องกับพระธรรมวินัย?

การเรี่ยไรที่ไม่เหมาะสม การจัดมหรสพเกินขอบเขต และการใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือสร้างชื่อเสียง ล้วนเป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องต้องตรวจสอบ มิใช่ปล่อยผ่านเพียงเพราะเป็นประเพณีที่ทำต่อกันมา

อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ชัดว่า การถวายปัจจัยเพื่อบำรุงวัดโดยสุจริต มิใช่ความผิดโดยตัวมันเอง และการจัดกฐินที่มีผ้าไตรสำเร็จรูปก็ไม่ได้ทำให้กฐินผิดพระวินัยโดยอัตโนมัติ ประเด็นสำคัญอยู่ที่ความถูกต้องของสังฆกรรม วิธีการได้มาซึ่งปัจจัย และความเหมาะสมของการจัดงาน

พระพุทธเจ้าทรงฝากพระศาสนาไว้กับพระธรรมวินัย มิใช่ยศถาบรรดาศักดิ์หรือตำแหน่งปกครอง หากผู้มีหน้าที่รักษาพระวินัยกลับเพิกเฉยต่อความไม่เหมาะสม แล้วประชาชนจะหวังพึ่งใครให้ปกป้องความบริสุทธิ์ของพระศาสนา?

กฐินไม่จำเป็นต้องมียอดเงินมหาศาลจึงจะเป็นบุญใหญ่ และวัดไม่จำเป็นต้องมีมหรสพครึกโครมจึงจะมีศรัทธา ถึงเวลาหรือยังที่คณะสงฆ์ต้องทบทวนว่า จะรักษาแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา หรือปล่อยให้เปลือกแห่งเงินทองและชื่อเสียงครอบงำต่อไป

เพราะสิ่งที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่กฐินที่ได้เงินน้อย แต่คือกฐินที่ได้เงินมากมายมหาศาล ขณะที่คุณค่าของพระธรรมวินัยกลับเหลือน้อยลงทุกที!

และหากวันหนึ่งเงินบริจาคมีอำนาจเหนือพระธรรมวินัย วันนั้นสิ่งที่ตายอาจไม่ใช่เพียงประเพณีกฐิน แต่อาจเป็นศรัทธาของชาวพุทธที่ถูกทำลายด้วยน้ำมือของคนในพระศาสนาเอง..เจริญพร..!