นิสิต-นักศึกษาแพทย์ 29 สถาบัน ยื่นหนังสือถึง “กมธ.สาธารณสุข” ค้านปลดล็อกบุหรี่ไฟฟ้า-HTP

นิสิต-นักศึกษาแพทย์ 29 สถาบัน ยื่นหนังสือถึง “กมธ.สาธารณสุข” ค้านปลดล็อกบุหรี่ไฟฟ้า-HTP ชี้เด็กไทย 7 ขวบเริ่มสูบ จี้คงกฎหมายห้ามนำเข้า-ขาย

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ที่รัฐสภา นายสกลธี ภัททิยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข รับหนังสือจากตัวแทนสมาพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย (สพท.) พร้อมด้วยสโมสรนักศึกษาแพทย์และนักเรียนแพทย์ทหารจาก 29 สถาบันทั่วประเทศ ที่เข้ายื่นหนังสือและแถลงจุดยืน เพื่อเรียกร้องให้รัฐสภาและรัฐบาลยังคงกฎหมายห้ามนำเข้าและห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบใหม่

ตัวแทน สพท. เปิดเผยผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยล่าสุด (ปี พ.ศ. 2568) พบสถานการณ์ที่น่าห่วงอย่างยิ่ง โดยกลุ่มเด็กและเยาวชนอายุ 10–19 ปี ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 200,000 คน พุ่งสูงถึง 420,000 คน ที่น่าตกใจคือพบเด็กวัยประถมศึกษาเริ่มทดลองสูบบุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่อายุเพียง 7 ปีเท่านั้น

ตัวแทน สพท. ระบุว่า ปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ยาสูบชนิดใช้ความร้อน (Heated Tobacco Products – HTP) และถุงนิโคติน (Nicotine Pouch) ซึ่งล้วนมีสารนิโคตินที่ก่อให้เกิดการติดอย่างรุนแรง แต่กลับมีการทำการตลาดและโฆษณาหลอกลวงว่ามีความปลอดภัยมากกว่าบุหรี่มวน พร้อมทั้งออกแบบแต่งกลิ่น หอม สีสันสวยงามเพื่อดึงดูดเด็ก และทำการค้าขายซื้อง่ายผ่านสื่อออนไลน์

ตัวแทน สพท. ย้ำว่า นิสิตนักศึกษาแพทย์ในฐานะบุคลากรที่จะต้องทำหน้าที่รักษาผู้ป่วยจากโรคยาสูบในอนาคต ได้ร่วมกับสโมสรสื่อสารและภาคีเครือข่าย รวบรวมรายชื่อประชาชนไทยที่ไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้าได้มากกว่า 633,224 เสียง และขอประกาศจุดยืนชัดเจน 2 ข้อ คือ

1.คัดค้านการยกเลิกกฎหมายห้ามนำเข้าและห้ามจำหน่าย ขอให้คงมาตรการทางกฎหมายในการห้ามนำเข้าและห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า บุหรี่ไฟฟ้าชนิดใช้ความร้อน (HTP) และถุงนิโคติน อย่างเด็ดขาด

2.ต่อต้านการทบทวนกฎหมายเปิดช่องนำเข้า เรียกร้องให้คณะกรรมาธิการและผู้มีอำนาจ คำนึงถึงผลกระทบด้านสุขภาวะของเยาวชนไทยเป็นหลัก และไม่เปิดช่องให้มีการจัดเก็บภาษีหรือทำให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้กลายเป็นสิ่งถูกกฎหมาย

โดย นายสกลธี ประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข รับมอบหนังสือและรับฟังข้อห่วงใยจากกลุ่มนักศึกษาแพทย์ โดยยืนยันว่าจะนำข้อเสนอ สถิติ และจุดยืนของเครือข่ายนักศึกษาแพทย์ เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข เพื่อหาแนวทางคุ้มครองสุขภาพของเยาวชนและสังคมต่อไป