“สุชาติ” เผยข่าวดี รบ.เยอรมัน ควัก 570 ล้าน หนุน “กรมลดโลกร้อน” ขับเคลื่อน Net Zero 2050 แค่ 2 สัปดาห์ระดมทุนได้กว่า 670 ล้าน

สุชาติ ชมกลิ่น พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช

กรุงเทพฯ, 22 ต.ค.69 – นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยความสำเร็จในการผลักดันการระดมทุนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากต่างประเทศ ว่า กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม หรือ “กรมลดโลกร้อน” ได้รับเงินสนับสนุนแบบให้เปล่า (Grant) จากรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี รวม 15 ล้านยูโร หรือประมาณ 570 ล้านบาท ผ่าน 2 โครงการสำคัญ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero 2050 ควบคู่กับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และการใช้ธรรมชาติเป็นฐานรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน

นายสุชาติ กล่าวว่า ทส. มุ่งแสวงหาความร่วมมือ และแหล่งทุนจากต่างประเทศ เพื่อเปลี่ยนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ทั้งการลดก๊าซเรือนกระจก การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการสร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชนรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยย้ำว่าการดำเนินงานต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนควบคู่กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ “เราต้องทำให้ความร่วมมือระหว่างประเทศเกิดผลเป็นรูปธรรม ใช้เงินสนับสนุนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการลดโลกร้อน การฟื้นฟูธรรมชาติ และการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ เพื่อให้คนอยู่ได้ ชุมชนอยู่ได้ และธรรมชาติอยู่รอด”

สุชาติ ชมกลิ่น

สำหรับเงินสนับสนุนจากกองทุน International Climate Initiative (IKI) ภายใต้กระทรวงสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ธรรมชาติ และความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ (BMUKN) ของเยอรมนี ประกอบด้วย 2 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการ ENNaCT ได้รับเงินสนับสนุน 10 ล้านยูโร หรือประมาณ 380 ล้านบาท ระยะเวลา 5 ปี มุ่งบูรณาการการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพเข้ากับการลดก๊าซเรือนกระจก พร้อมพัฒนากลไกงบประมาณสีเขียวและนวัตกรรมทางการเงิน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศและห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนในภาคเกษตรกรรม

2) โครงการ ANCHOR เป็นความร่วมมือระหว่างไทยและฟิลิปปินส์ ได้รับเงินสนับสนุนรวม 10 ล้านยูโร โดยประเทศไทยได้รับ 5 ล้านยูโร หรือประมาณ 190 ล้านบาท ระยะเวลา 7 ปี มุ่งรับมือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในเขตเมืองชายฝั่ง โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และบริเวณอ่าวไทย ผ่านการใช้ธรรมชาติและระบบนิเวศเป็นเครื่องมือรับมือภัยพิบัติ ควบคู่กับการพัฒนากลไกทางการเงินเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานระยะยาว

ด้านนางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวง ทส. กล่าวว่า จะบูรณาการการดำเนินงานทั้งสองโครงการให้เชื่อมโยงตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงระดับพื้นที่ เพื่อให้การใช้ทรัพยากรและงบประมาณเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและสร้างประโยชน์แก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

ขณะที่นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมลดโลกร้อน กล่าวว่า เงินสนับสนุนดังกล่าวจะช่วยเพิ่มศักยภาพประเทศไทยในการขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero ควบคู่กับการอนุรักษ์ธรรมชาติและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา กรมลดโลกร้อนสามารถผลักดันการได้รับเงินสนับสนุนแบบให้เปล่าจากแหล่งทุนทั้งในและต่างประเทศรวมแล้วกว่า 670 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว