วันที่ 13 ตุลาคม 2569 นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ที่ผ่านมา อดีตนายกฯ ทักษิณ ได้มอบอำนาจให้ ทนายวิญญัติ ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ผ่านศูนย์บริการร่วมของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ไปยังประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ขอให้วินิจฉัยสิทธิได้รับนิรโทษกรรม และพ้นจากความรับผิดทั้งปวง ตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2568
ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการ ซึ่งทนายวิญญัติหวังว่าจะมีการตีความแบบกว้าง ไม่เลือกปฏิบัติ และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย โดยพิจารณาอย่างรอบด้านจริงๆ ซึ่งเป็นการยื่นในคดีที่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมทั้งหมดไม่ได้มีการแยกเป็นคดีอะไร

“การยื่นของอดีตนายกฯ ทักษิณ ต้องการล้างมลทิน ต้องการทำให้เห็นว่าสิ่งที่อดีตนายกฯ ทักษิณ ทำมาทั้งหมด เพื่อประชาชนและประเทศชาติ และเป็นเรื่องที่ล้วนเกี่ยวกับการเมืองทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น การยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขนี้ อดีตนายกฯ ทักษิณ ต้องการล้างมลทินเรื่องที่กล่าวหาและอดีตนายกฯ ทักษิณได้รับโทษ โดยอดีตนายกฯ ทักษิณ ต้องการทำมาหากิน ใช้ชีวิตสงบสุข อดีตนายกฯ ทักษิณ อายุมากแล้ว และประสงค์ไม่ยุ่งเรื่องการเมืองหรือไปลงการเมืองอะไร” ทนายวิญญัติกล่าว
สื่อมวลชนได้สอบถาม นายฉัตรชัย บางชวด ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เปิดเผยว่า ขอไปดูก่อนว่ามีการยื่นเรื่องมาจริงหรือไม่ ถ้ายื่นมาจะมีการนำเข้าที่ประชุมอนุกรรมการ ที่มีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน ซึ่ง อดีตนายกฯ ทักษิณมีสิทธิ์ยื่น และหากยื่นมาแล้วจะต้องมีการนำเข้าประชุมเพื่อมาพิจารณาว่าคำร้องของอดีตนายกฯ ทักษิณเข้าข่ายที่จะพิจารณาได้หรือไม่ ถ้าเข้าข่ายที่ประชุมคณะกรรมการจะส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการชุดใหญ่ที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
ทั้งนี้ สื่อมวลชนได้สอบถามปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีอีก ถึงกรณีอดีตนายกฯ ทักษิณ ต้องการยื่นโดยอ้างเหตุว่าต้องการล้างมลทิน เนื่องจากขณะนี้ประเทศต้องการความสามัคคีปรองดอง ถือเป็นเหตุผลในการยื่นได้หรือไม่? นายฉัตรชัย กล่าวว่า เรื่องของการยื่นมีหลักการอยู่ ต้องมาดูว่ามีเหตุจูงใจทางการเมืองหรือไม่ ถ้าเป็นคดีทั่วไป ไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องก็ไม่เข้าข่าย ซึ่งหลายกรณีอาจต้องมีการอ้างหลักฐานหรือมูลเหตุทางการเมือง
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ที่ประชุมคณะกรรมการยังไม่ได้มีการนัดการประชุม เดี๋ยวจะมีการสอบถามทางปลัดกระทรวงยุติธรรมอีกครั้งหนึ่ง คาดว่าจะประชุมในเร็ว ๆ นี้ เพราะขณะนี้กำลังรวบรวมคำร้องอยู่ ทั้งนี้ คณะกรรมการต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด

