สน.วังทองหลาง, 9 ตุลาคม 2569 – นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) มอบหมายให้ นางสาวอรณิช สุขบาล ผู้อำนวยการกองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 ร่วมแถลงผลปฏิบัติการ “เผยเงาเหนือ Operation Northern Shadow” เพื่อปราบปรามเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติที่กระทำความผิดเกี่ยวกับทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย รวม 4 คดีสำคัญ โดยมี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย พร้อมด้วย พลตำรวจโท นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พลตำรวจตรี เดโช โสสุวรรณากุล ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง นางสาวทัตพิชา ชัยทัต ผู้อำนวยการกองคดี 4 สำนักงาน ปปง. นายสุพจน์ แสนมี ปลัดจังหวัดเชียงราย และนายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้าร่วมการแถลงข่าว
สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ท. ชุดปฏิบัติการสืบสวน DOPA N.I.C.E. กรมการปกครอง และหน่วยงานภาคี ได้ร่วมตรวจสอบและขยายผลคดีสำคัญ 4 คดี ได้แก่ คดีที่ 1) กรณี นายทราย โลน อาย หรือ นายหลวง ยี่หลง สัญชาติเมียนมา อายุ 30 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากร ด่านศุลกากรแม่สาย จ.เชียงราย ดำเนินคดีในความผิดฐาน “พยายามลักลอบ ส่งเงินตราไทยออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งยังไม่ผ่านพิธีศุลกากร” โดยได้ตรวจยึดธนบัตรรวมกว่า 23 ล้านบาท ซึ่งได้ซุกซ่อนในกล่องลังกระดาษภายในรถยนต์ ขณะพยายามออกนอกราชอาณาจักร ณ จุดผ่านแดนถาวรสะพาน ข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 อ.แม่สาย จ.เชียงราย

คดีที่ 2) กรณี นายลี ซีจุน หรือ นายจิน ไทยลื้อ กองบังคับการปราบปรามจับกุม นายลี ซีจุน สัญชาติจีน อายุ 43 ปี และ น.ส.เอ้ ซาน สัญชาติเมียนมา อายุ 30 ปี ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง ประชาชนทุจริตหรือหลอกลวง โดยนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม สนับสนุนเจ้าหน้าที่ปลอมบัตรประจำตัวประชาชน และสนับสนุนเจ้าพนักงาน เรียกรับประโยชน์โดยมิชอบ
คดีที่ 3) กรมการปกครองได้รับประสานจากทางตำรวจ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 กรณีเจ้าหน้าที่ ตรวจคนเข้าเมือง ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง ตรวจพบเด็กชายอายุ 12 ปี เตรียมเดินทางไปประเทศจีนพร้อม น.ส.จินกุ้ย หลี่ (มารดา) สัญชาติจีน และนายอี้หลง แซ่จาง แต่จากการตรวจสอบเอกสารไม่พบหนังสือยินยอม ให้เดินทางไปต่างประเทศจากบิดาตามสูติบัตร เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจสอบความสัมพันธ์โดยใช้วิธีการตรวจ สารพันธุกรรม (DNA) ผลปรากฏว่า นายอี้หลง และ น.ส.จินกุ้ย ถูกระบุว่าเป็นบิดา มารดาของเด็ก จึงมีเหตุอันควรสงสัยว่า เหตุใด นายอี้หลง จึงไม่ใช่บุคคลเดียวกันกับรายการบิดาในสูติบัตร

คดีที่ 4) ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สืบสวนพบว่า นายฐกร เซ่งกัวร์ หรือ นายเลาฝิ่น แซ่จาง ได้ทำบัตรประจำตัวประชาชนไทยครั้งแรกเมื่อ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 ณ สำนักทะเบียนอำเภอเวียงแก่น จ.เชียงราย ขณะยื่นคำร้องทำบัตร มีอายุ 36 ปี ซึ่งแจ้งว่าตนเป็นบุตรของ บุคคลชนเผ่าลีซู และได้เปลี่ยนภูมิลำเนาและชื่อจาก นายเลาฝิ่น เป็นนายฐกร ที่สำนักทะเบียน อำเภอลำลูกกา จ.ปทุมธานี จากการตรวจสอบกับทางการจีนยืนยันว่า นายฐกร เป็นบุคคลเดียวกัน กับ Mr.Guo Yu (กัว อวี้) สัญชาติจีน เกิดวันที่ 23 มีนาคม 2521 และเป็นบุคคลตามหมายจับแดง INTERPOL ของประเทศจีน ที่ต้องการตัวกลับไปดำเนินคดี โดยเมื่อปี 2558 ตำรวจนครเสิ่น หยาง ออกหมายจับในข้อหา “ต้องสงสัยว่า ระดมเงินฝากจากประชาชนโดยผิดกฎหมาย”
ทั้งนี้ การดำเนินการครั้งนี้มุ่งขยายผลตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องใน 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้สวมสิทธิทางทะเบียน นายหน้าที่ดำเนินการโดยมิชอบ และเจ้าหน้าที่ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต โดยทุกฝ่ายต้องได้รับการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา หากพบการกระทำความผิดจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้นทั้งนี้ เป็นไปตามดำริ ของนายกรัฐมนตรีที่ให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมืออย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและยกระดับประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

