“อนุทิน” ลั่นย้ายนายอำเภอบ้านสร้างต้องจบ เชื่อผู้ว่าฯ แม่ทัพสั่งเปลี่ยนขุนพล

นายกฯ แจงย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง ไม่ตั้ง คกก. สอบ เหตุเป็นช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน บอกต้องย้ายอยู่แล้ว หลังอยู่ที่เดิมมา 5 ปี ยันไม่มีอะไร แค่สลับตำแหน่ง ขอจบได้แล้ว เชื่อแม่ทัพปราจีนฯ บอกขุนพลใช้ไม่ได้ ไม่เอาคนนี้ ลั่นไม่มีกลั่นแกล้ง-ไม่มีการเมือง เมินความเห็น “อดีตปลัด มท.”

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 8 ต.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีดราม่าในโลกโซเชียลมีเดีย ถึงคำสั่งกรมการปกครองย้ายนายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยเมื่อผู้สื่อข่าวถามคำถามดังกล่าว นายกฯ ได้ชี้ไปที่นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ยืนอยู่ด้านหลังวงสัมภาษณ์ว่า “ไปถามสิคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง”

จากนั้นนายกฯ กล่าวว่า “เดี๋ยว ๆ ๆ นายกฯ ไม่ได้สั่งย้าย คนที่ย้ายคือ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง และปลัดกระทรวงมหาดไทย และเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ก็มีการประชุม คือ ณ ขณะนี้ในจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม จังหวัดไหนที่ประกาศให้เป็นจังหวัดประสบภัย จังหวัดนั้นจะต้องมีผู้บัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่ตามกฎหมาย เหมือนกฎหมายในกรณีที่มีสถานการณ์ฉุกเฉิน อย่างที่มีกฎอัยการศึก ทหารที่กำกับดูแลพื้นที่จะเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด ซึ่งในกรณีประสบภัยก็เช่นกัน ผวจ. จะทำหน้าที่ผู้บัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่ ฉะนั้นอำนาจสูงสุดอยู่ที่ ผวจ. สามารถสั่งการโยกย้าย หรือรายงานการทำงานของบุคคลทุกคนที่เกี่ยวข้องในสังกัดได้เลย อย่างกรณีนี้ ผวจ.ปราจีนบุรี ได้ทำหนังสือขอให้อธิบดีกรมการปกครองย้ายนายอำเภอคนนี้ออกจากพื้นที่ ซึ่งอธิบดีกรมการปกครองก็พิจารณาเป็นไปตามสถานการณ์ทุกประการ

“ไม่มีเวลาไปตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ มันเป็นสถานการณ์ประสบภัยฉุกเฉิน ต้องทำให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือโดยฉับพลันทันใด การตรวจสอบผมให้นโยบายปลัดกระทรวงมหาดไทยว่า ตรวจสอบเป็นไปตามที่ ผวจ. พูดหรือเปล่า ถ้าไม่เป็นก็ไม่ให้ตำแหน่งคืน ปลัดกระทรวงมหาดไทยมาอธิบายให้ผมฟังเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่าคนนี้อยู่ที่เดิมมา 5 ปีแล้ว ความจริงเขาต้องถูกย้ายตั้งแต่ปีที่แล้ว เขาอยู่เกินแล้ว ในเมื่อ ผวจ. บอกขอย้ายบุคลากรก็ย้ายไปอีกอำเภอหนึ่ง สลับตำแหน่งกันก็ไม่ได้มีความเสียหายยังคงเป็นนักบริหารระดับสูง เรื่องนี้ก็น่าจะจบไปได้แล้ว ไม่มีประเด็นอะไรอีกแล้ว” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่า เกิดข้อวิจารณ์ใหญ่โตในโลกโซเชียลมีเดียต้องให้อธิบดีกรมการปกครองออกมาอธิบายเรื่องนี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ไม่หรอกเรื่องแค่นี้ไม่ต้องอธิบาย มันอยู่ในขอบเขตอำนาจของอธิบดีกรมการปกครองและผู้ที่ลงนามย้ายก็คือปลัดกระทรวงมหาดไทย ไม่ต้องเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้วยซ้ำ เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในการกำกับดูแลของปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายข้าราชการประจำ”

เมื่อถามต่อว่าชาวบ้านบอกว่านายอำเภอคนดังกล่าวทำงานลงพื้นที่ตลอด แต่เมื่อวานนายกฯ บอกว่านายอำเภอไม่ได้ทำงานในพื้นที่เลย นายอนุทิน กล่าวว่า ตนก็ต้องเชื่อ ผวจ. เขาทำหนังสืออย่างเป็นทางการมา และถึงเวลาวาระที่ต้องโยกย้ายอยู่แล้ว อันนี้จากรายงานผู้บริหารระดับสูงในที่ประชุมกระทรวงมหาดไทย

“ไม่มีประเด็นหรอกครับ งานอย่าเสียพอ สำคัญตอนนี้ไปเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในหลายจังหวัดที่น้ำยังไม่ลด แทบทุกจังหวัดหมดแล้ว เหลือตรงนี้ จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดนครนายก เอาเวลาไปแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุดดีกว่า การระดมการสนับสนุนต่างๆ ตอนนี้ระดมไปเฉพาะจุดแล้ว ทุกอย่างน่าจะมีความเรียบร้อยและ ผวจ. คือแม่ทัพในการแก้ไขปัญหา ฉะนั้นตอนนี้ถ้าแม่ทัพบอกขุนพลคนนี้ใช้ไม่ได้ ก็ต้องเชื่อแม่ทัพ ตามหลักทุกอย่างของการบริหาร” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดมหาดไทยออกมาบอกว่าการย้ายนายอำเภอบ้านสร้างครั้งนี้ไม่เหมาะสมมองอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า “ท่านพูดในฐานะประชาชน ไม่พูดในฐานะปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านพ้นตำแหน่งมา 2 ปีแล้ว ฉะนั้นท่านจะมีความคิดความอ่านอย่างไรเป็นสิทธิของท่าน และเราปฏิบัติตามไหม เราไม่ได้ให้ความสนใจความเห็นอะไรตรงนั้น เราดูในเรื่องหน้างานเป็นหลัก

อย่างที่เรียนมาน้ำหนักทั้งหมดตรงนี้ อยู่ที่ผู้อำนวยการสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี บอกไม่เอาคนนี้ ขอให้เปลี่ยน ในสถานการณ์น้ำท่วมอำเภอบ้านสร้างที่อื่นเขาน้ำลดหมดแล้ว ที่นี่น้ำยังสูงถึงระดับคอ มัวแต่ไปนั่งถามอะไรยังไง ผมไม่รอหรอก ผมก็ถามว่าท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านอธิบดีกรมการปกครองทำอย่างไร ผมเป็นผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (ผบ.บกปภ.ช.) ด้วย ผมก็ต้องเชื่อคนที่มีอำนาจสูงสุดในพื้นที่ อย่าไปคิดอะไรมากเลยไม่มีประเด็นการเมือง ไม่มีการกลั่นแกล้ง ผมจะไปกลั่นแกล้งอะไรระดับนายอำเภอ ทำไปผมได้อะไร

จังหวัดปราจีนบุรีเป็นจังหวัดที่ผมมีความคุ้นเคยอยู่แล้ว สส. พรรคภูมิใจไทยทั้ง 3 เขตก็ชนะการเลือกตั้ง ไม่มีเหตุอะไรที่ผมต้องไปกลั่นแกล้งหรือไปแสดงอำนาจบาตรใหญ่อะไรตรงนั้นเลย ตรงกันข้าม ผมต้องทำทุกวิถีทางในการช่วยเหลือประชาชน ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ชื่นชมจะตาย ดูสินายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรีขยันมาก ทำงานร่วมมือกับ ผวจ.ปราจีนบุรี ได้อย่างขยันขันแข็ง เต็มที่รู้เรื่องหมด แก้ไขปัญหาได้แทบทุกจุด มีประสิทธิภาพในตัวอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราก็เร่งดำเนินการทุกอย่างเพื่อช่วยพี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุด”
เมื่อถามย้ำว่านายกฯ มั่นใจในสิ่งที่พูดไปในที่ประชุมโดยใช้คำที่อาจรุนแรงได้ตรวจสอบครบถ้วนแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ตนเรียนแล้วว่า ผวจ. คือผู้บัญชาการ

สถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่คือแม่ทัพ ถ้าแม่ทัพบอกว่าขุนพลคนนี้ทำงานไม่ได้ ต้องเชื่อแม่ทัพก่อน และอย่างที่เรียนเราไม่ได้ลงโทษอะไรเลย เราสลับตำแหน่งให้เขา เขาก็ยังเป็นนายอำเภออยู่ ซึ่งปลัดกระทรวงมหาดไทยและอธิบดีกรมการปกครองก็สลับให้และมาชี้แจงในที่ประชุมและรายงานให้ตนทราบ ซึ่งท่านไม่ต้องรายงานก็ได้เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบในระดับกระทรวง อย่าไปยกตัวอย่างอดีตหรืออะไรพวกนี้มาก เขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการบริหารราชการแผ่นดิน”