.
วันนี้ (8 ตุลาคม 2569) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ร่วมกันยื่นญัตติขอเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 โดยเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล รวมทั้งสิ้น 18 คน มีสมาชิกร่วมลงชื่อในญัตติทั้งหมด 145 คน
.
ณัฐพงษ์กล่าวว่า ข้อกล่าวหาที่พรรคร่วมฝ่ายค้านร่วมกันจัดทำเป็นกรอบญัตติมีความยาว 7 หน้า โดยมีรายละเอียดข้อกล่าวหาต่อรัฐมนตรีแต่ละราย ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีไปจนถึงรัฐมนตรีทั้ง 18 คน ประกอบด้วย
.
- อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
- พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
- ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี
- เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
- ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
- ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี
- พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
- สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
- ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
- นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
- เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
- วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
.
ณัฐพงษ์กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ต้องการตรวจสอบสิ่งที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเรียกว่า ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ซึ่งกำลังขยายอำนาจครอบคลุมกลไกต่างๆ ของประเทศ
.
“การอภิปรายในครั้งนี้ เราต้องการอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ซึ่งกำลังกินรวบประเทศนี้อยู่ พวกเรามองว่าระบอบสีน้ำเงินเป็นศัตรูและเป็นอาชญากรรมต่อระบอบประชาธิปไตย อยู่ตรงข้ามกับความเป็นประชาธิปไตยอย่างชัดเจน และกำลังกินรวบประเทศนี้ ไม่ใช่แค่อำนาจในสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น แต่อาจหมายรวมถึงสมาชิกวุฒิสภา รวมถึงกลไกในการถ่วงดุลตรวจสอบ เช่น องค์กรอิสระด้วย”
.
ผู้นำฝ่ายค้านกล่าวต่อว่า เนื้อหาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ครอบคลุมประเด็นสำคัญหลายด้าน ทั้งเรื่องการทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) การทุจริตสอบท้องถิ่น ตลอดจนปัญหาวิกฤตที่กระทบต่อประชาชน เช่น การบริหารจัดการน้ำท่วม ซึ่งทั้งหมดอยู่ในกรอบของญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
.
ณัฐพงษ์กล่าวว่า การยื่นญัตติครั้งนี้เป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านเชื่อมั่นในข้อมูลและพยานหลักฐานที่นำมาใช้ประกอบข้อกล่าวหา และหลังการอภิปราย หากพบว่ามีมูลความผิด ก็จะดำเนินการตามกลไกทางกฎหมายเพื่อเอาผิดกับรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลต่อไป
.
“พยานหลักฐานทั้งหมดหลังการอภิปราย เราเองก็จะดำเนินการทุกอย่างที่จะใช้ในการเอาผิดกับรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลได้” ณัฐพงษ์กล่าว
.
ส่วนการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ณัฐพงษ์เรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติอย่างตรงไปตรงมา โดยพิจารณาจากข้อมูลและพยานหลักฐานที่ถูกนำเสนอในการอภิปรายเป็นรายบุคคล
.
ในส่วนของพรรคกล้าธรรม ผู้นำฝ่ายค้านกล่าวว่า ยังไม่ร่วมลงชื่อในการยื่นญัตติครั้งนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่พรรคกล้าธรรมต้องชี้แจงด้วยตนเอง ขณะที่ผู้ร่วมลงชื่อในญัตติปัจจุบันมีทั้งหมด 145 คน ซึ่งเป็นสมาชิกจากพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน โดยอาจมีสมาชิกบางส่วนที่มีข้อจำกัดและไม่สามารถมาร่วมลงชื่อได้ครบทั้งหมด

