แม่เลี้ยงเดี่ยวร่ำไห้ ร้องกองปราบฯ ขอความเป็นธรรม หลังลูกสาววัย 19 ปี ขี่ จยย. ถูกครูสาวขับเก๋งเสียหลักข้ามเลนพุ่งชนจนบาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิต 29 วันต่อมา เผยผ่านเกือบ 9 เดือน คดีไร้ความคืบหน้า คู่กรณีเงียบหาย วอนเร่งรัดนำผู้กระทำผิดดำเนินคดีตามกฎหมายถึงที่สุด

วันที่ 8 ต.ค.69 ที่บริเวณด้านหน้าแดนเนรมิตเก่า นางพรรณี คนพิมาย (คุณแม่ริน) แม่เลี้ยงเดี่ยว เดินทางเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน ก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อขอความเป็นธรรมกรณี “น้องวิว” หรือ น.ส.วิภาวี เนยยะวงศ์ อายุ 19 ปี ลูกสาวซึ่งทำงานเป็นเชฟ ถูกข้าราชการครูสาวขับรถยนต์พุ่งชนบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ผ่านไปเกือบ 9 เดือน คดียังไร้ความคืบหน้า
นางพรรณี เปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 22.50 น. บริเวณหน้าร้านโสภณ ถนนสายพัทยา-นาเกลือ ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ขณะที่น้องวิวขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ มีเพื่อนสาว (ด.ญ.ปิยะรัตน์) นั่งซ้อนท้าย หลังจากกลับจากทำงานและแวะไปซื้อพลาสเตอร์ยาให้แม่ ห่างจากบ้านไม่ถึง 100 เมตร ได้ถูกรถเก๋งซูซูกิ สวิฟต์ ซึ่งมี น.ส.ยุวธิดา (ข้าราชการครู) เป็นผู้ขับขี่ เสียหลักข้ามเลนมาชนอย่างรุนแรง และยังเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์อีกคัน เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บรวม 4 ราย
เบื้องต้นผลการตรวจทางแพทย์ระบุว่า น้องวิวได้รับบาดเจ็บสาหัส สมองบอบช้ำ เลือดออกในสมอง กะโหลกศีรษะและกระดูกใบหน้าแตกหลายแห่ง แขนซ้ายหัก และกระดูกท่อนขาขวาหัก ต้องผ่าตัดสมองเร่งด่วน แต่น้องวิวต้องทนทรมานอยู่นานถึง 29 วัน ก่อนจะเสียชีวิตอย่างสงบ เนื่องจากภาวะเลือดออกในปอดและติดเชื้อในกระแสเลือด ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569
นางพรรณี เปิดเผยต่อว่า ลูกสาวนั้นเป็นเด็กขยัน และเป็นเสาหลักของบ้าน โดยตัดสินใจออกจากโรงเรียนตั้งแต่มัธยมศึกษาปีที่ 2 เพื่อมาทำงานหาเงินช่วยแม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในบ้าน หนี้สินงานศพของพี่ชาย รวมถึงดูแลยายที่พิการ และน้องชาย พร้อมกับเรียน กศน. ควบคู่ไปด้วยจนใกล้จะจบ แต่กลับต้องมาเสียชีวิตจากความประมาทของผู้ขับขี่ ยิ่งไปกว่านั้น ครอบครัวต้องตกอยู่ในภาวะยากลำบากอย่างหนัก เนื่องจากรถของคู่กรณีไม่มี พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ทำให้ไม่สามารถเบิกจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีเสียชีวิตจำนวน 500,000 บาท จากกองทุน พ.ร.บ. ได้
ต่อมาหลังเกิดเหตุ 4 กุมภาพันธ์ ผู้เสียหายได้เจรจากับคู่กรณีที่ขับรถมาชน ได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น และค่าซ่อมรถที่เสียหาย ส่วนของนางพรรณี ได้รับการช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น เป็นเงินจำนวน 40,000 บาท และ ช่วยเงินเยียวยางานศพอีก 70,000 บาท
ขณะที่พนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง ดำเนินคดีอย่างล่าช้า ต้องรอผลตรวจแอลกอฮอล์นานถึง 5 เดือนครึ่ง และตั้งแต่พูดคุยกันครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 คู่กรณีก็บ่ายเบี่ยง ไม่เคยติดต่อมาแสดงความรับผิดชอบใดๆ อีกเลย ทราบว่าได้นำรถยนต์คันเกิดเหตุไปซ่อมแซมและนำกลับมาใช้งานตามปกติแล้ว
ที่ออกมาร้องเรียนก็อยากให้คู่กรณีออกมารับผิดชอบให้ดีกว่านี้ เพราะสภาพจิตใจของคนในครอบครัวบอบช้ำอย่างหนัก โดยเฉพาะน้องชายที่นั่งรอพี่สาวกลับบ้านทุกวัน จึงมาร้องขอความเป็นธรรมกับทางกองปราบปราม เพื่อขอให้ช่วยเร่งรัดคดี นำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป

