“ผบ.ตร.”สั่งยกรถน้ำท่วมฟรี! ประสานอู่ซ่อม เร่งส่งอาหาร–ยา ดูแลทรัพย์สิน

“พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ” วางแนวทางช่วยเหลือ 5 ข้อ เร่งส่งอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค ควบคู่ดูแลบ้านเรือนและรถจมน้ำ สั่งเปิดเส้นทางจราจรโดยเร็ว จัดรถยกช่วยประชาชนห้ามเก็บค่าใช้จ่าย พร้อมประสานอู่และศูนย์บริการช่วยซ่อมรถโดยไม่มุ่งผลกำไร ย้ำ “หน้าที่มองว่าไม่ใช่หน้าที่ คือหน้าที่ที่พึงปฏิบัติ”

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีข้อสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยกำหนดแนวทางปฏิบัติสำคัญ 5 ข้อ ครอบคลุมทั้งการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า การดูแลความปลอดภัยในทรัพย์สิน การแก้ไขปัญหาจราจร ตลอดจนการช่วยเคลื่อนย้ายและประสานซ่อมแซมยานพาหนะที่ได้รับความเสียหาย

ภารกิจเร่งด่วนอันดับแรก คือการช่วยเหลือด้านอาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรค ให้ถึงมือผู้ประสบภัยโดยเร็ว เพื่อบรรเทาความยากลำบากในการดำรงชีวิตระหว่างที่บ้านเรือนและเส้นทางสัญจรได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สิ่งจำเป็นเหล่านี้ต้องเป็นหัวใจของการช่วยเหลือในระยะแรก เพื่อให้ประชาชนสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่เดือดร้อนไปได้

ขณะเดียวกัน ให้ดูแลความปลอดภัยในทรัพย์สินของประชาชน ทั้งทรัพย์สินภายในบ้านเรือน รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ที่จมอยู่ในน้ำ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความกังวลของผู้ประสบภัย นอกเหนือจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจากระดับน้ำ การดูแลทรัพย์สินจึงต้องดำเนินควบคู่กับการช่วยเหลือด้านปัจจัยพื้นฐาน

สำหรับปัญหาการเดินทาง ผบ.ตร.สั่งให้เร่งเปิดและเคลียร์เส้นทางจราจรให้เร็วที่สุด เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้เส้นทางได้ และช่วยให้การนำอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค ตลอดจนสิ่งของจำเป็นเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยเป็นไปอย่างสะดวกยิ่งขึ้นประเด็นสำคัญอีกข้อ คือการจัดหารถยกและรถสำหรับเคลื่อนย้ายยานพาหนะ เพื่อช่วยนำรถที่จมน้ำออกจากถนน ลานจอดรถ และบริเวณหน้าที่พักอาศัยของประชาชน

โดย ผบ.ตร. ระบุชัดว่า การช่วยยกและเคลื่อนย้ายรถดังกล่าวต้องไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เพื่อบรรเทาภาระของผู้ประสบภัยที่ต้องเผชิญความเสียหายอยู่แล้วนอกจากการเคลื่อนย้ายรถออกจากจุดน้ำท่วมแล้ว ยังให้ประสานผู้ประกอบการ อู่ซ่อม และศูนย์บริการรถยนต์ รวมถึงรถจักรยานยนต์ เพื่อขอความร่วมมือและความอนุเคราะห์แทนประชาชนในการซ่อมแซมยานพาหนะให้กลับมาอยู่ในสภาพใช้งานได้ตามปกติ โดยมุ่งเน้นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นหลัก ไม่มุ่งผลกำไร

แนวทางดังกล่าวครอบคลุมการช่วยเหลือตั้งแต่ช่วงเผชิญภัยไปจนถึงการบรรเทาภาระหลังรถได้รับความเสียหาย เพราะยานพาหนะเป็นทั้งเครื่องมือในการเดินทางและประกอบอาชีพของประชาชน การประสานความร่วมมือจากผู้ประกอบการจึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประสบภัยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อีกครั้ง

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวถึงหลักในการปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนครั้งนี้ว่า “หน้าที่มองว่าไม่ใช่หน้าที่ คือหน้าที่ที่พึงปฏิบัติ”