
(29 ก.ย. 69) เวลา 12.00 น. นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมของกรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับการกลับมาเปิดทำการของหน่วยงานต่าง ๆ ในวันพรุ่งนี้ โดยกำหนดภารกิจสำคัญ 2 ด้าน ได้แก่ การเร่งเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่กีดขวางการจราจร และการบริหารจัดการขยะในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม เพื่อให้พื้นที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
● เร่งเคลียร์รถกีดขวาง เปิดทางการจราจร รับเปิดทำการ-เปิดเรียน
สำหรับการจัดการรถยนต์ที่จอดกีดขวางการสัญจร กทม. จะดำเนินการร่วมกับตำรวจและฝ่ายเทศกิจ โดยสำนักเทศกิจมีรถสำหรับลากและเคลื่อนย้ายรถยนต์ประมาณ 10 คัน ปฏิบัติภารกิจตลอดทั้งวัน โดยเน้นพื้นที่สำคัญ ได้แก่ ถนนเพชรบุรี คลองตัน และพื้นที่โดยรอบ รวมถึงถนนรามคำแหง เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดทำการและเปิดเรียนในวันพรุ่งนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ฝ่ายเทศกิจของแต่ละสำนักงานเขตจะลงพื้นที่สำรวจจุดเสี่ยงและจุดที่มีรถยนต์จอดทิ้งไว้หรือจอดไม่เป็นระเบียบ พร้อมประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของรถเร่งเคลื่อนย้าย หากไม่สามารถดำเนินการได้ จะใช้รถลากของสำนักเทศกิจและประสานตำรวจเข้าดำเนินการ โดยจะเน้นการเคลื่อนย้ายรถให้อยู่ในตำแหน่งที่เป็นระเบียบ เช่น ชิดขอบทางหรือฟุตบาท เพื่อไม่ให้กีดขวางการสัญจรและลดผลกระทบด้านการจราจรให้ได้มากที่สุด
● จับคู่ 50 เขต ระดมกำลังช่วยพื้นที่น้ำท่วม จัดการขยะ 2 รูปแบบตามสถานการณ์
ด้านการบริหารจัดการขยะ กทม. ได้ประชุมและซักซ้อมแผนร่วมกับสำนักงานเขตทั้ง 50 เขตแล้ว โดยใช้แนวทาง “จับคู่เขต” ระหว่างเขตที่ประสบภัยกับเขตที่ไม่ได้รับผลกระทบหรือมีความพร้อม เพื่อสนับสนุนกำลังคน รถ และอุปกรณ์ให้แก่พื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยมีสำนักสิ่งแวดล้อมทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการประสานและจัดสรรทรัพยากร
● การจัดการขยะจะแบ่งตามสถานการณ์ของพื้นที่เป็น 2 รูปแบบ ได้แก่
- พื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วม สำนักงานเขตจะกำหนดจุดทิ้งหรือจุดรวบรวมขยะให้ชัดเจนตามชุมชนและหมู่บ้าน พร้อมประเมินความจำเป็นในการใช้รถขยะ รถสำหรับขนย้าย หรือเรือ เพื่อขนขยะออกจากพื้นที่ที่รถไม่สามารถเข้าถึงได้
- พื้นที่ที่น้ำลดและแห้งแล้ว จะเร่งดำเนินการ Big Cleaning โดยทันที โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีขยะตกค้างจำนวนมาก ทั้งขยะชิ้นใหญ่ กระสอบทราย และขยะทั่วไป พร้อมตั้งเป้าไม่ให้มีขยะตกค้างบนถนนสายหลักหลังน้ำลด
สำหรับพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ Big Cleaning อาทิ ถนนเพชรบุรี เขตห้วยขวาง พื้นที่ริมคลองแสนแสบ และหมู่บ้านชินเขต จะระดมกำลังจากสำนักงานเขตอื่น รวมถึงกำลังจากส่วนกลางของสำนักสิ่งแวดล้อมเข้าช่วยเหลือ โดยสำนักงานเขตจะจัดจุดรวบรวมขยะ พร้อมนำรถขยะและรถสำหรับขนย้ายเข้าดำเนินการ หากพื้นที่ใดมีน้ำลึกจนรถไม่สามารถเข้าถึง จะพิจารณาใช้เรือในการขนขยะออกจากพื้นที่
● บริหารกำลังคน-รถ-อุปกรณ์ ให้ตรงกับความต้องการของแต่ละพื้นที่
ปัจจุบันเจ้าหน้าที่บางส่วนเป็นผู้ประสบภัยและไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้ตามปกติ จึงจำเป็นต้องระดมเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตอื่นเข้ามาช่วยเหลือ โดยให้สำนักงานเขตสำรวจและรายงานความต้องการ ทั้งด้านกำลังคน รถ อุปกรณ์ และความจำเป็นในการใช้เรือ รวมถึงจุดที่สามารถเริ่ม Big Cleaning ได้ทันที เพื่อให้ส่วนกลางสามารถจัดสรรทรัพยากรได้อย่างเหมาะสมและรวดเร็ว
“ขณะนี้ต้องบริหารทรัพยากรให้ตรงกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ โดยเขตที่มีความพร้อมสามารถส่งกำลังไปช่วยเขตที่ประสบภัยได้ ขณะที่พื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมและจำเป็นต้องใช้กำลังคนหรือเรือในการเก็บขยะ ก็ต้องได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง” รองผู้ว่าฯ พรหม กล่าว
● จัดจุดทิ้งขยะชัดเจน พร้อมบริการเก็บขยะชิ้นใหญ่ในช่วงวิกฤต
สำหรับประชาชนในพื้นที่ที่น้ำลดแล้วและสามารถเข้าถึงได้ตามปกติ จะกลับมาใช้บริการจัดเก็บขยะตามรอบปกติ ส่วนพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วม สำนักงานเขตจะกำหนดจุดทิ้งหรือจุดรวบรวมขยะให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการนำขยะไปกองรวมกันในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งนี้ กทม. มีคู่มือและข้อมูลแนะนำประชาชนเกี่ยวกับการทิ้งขยะในช่วงน้ำท่วมและหลังน้ำลด และจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก ส่วนการเก็บขยะชิ้นใหญ่ ซึ่งตามปกติจะมีรอบให้บริการในชุมชน ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมจะปรับรูปแบบเป็นการกำหนดจุดรับและเก็บขยะชิ้นใหญ่โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมประชาสัมพันธ์จุดให้บริการในแต่ละวันผ่านช่องทางของกรุงเทพมหานคร เช่น Green Bangkok เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลและนำขยะมาทิ้งได้อย่างถูกต้อง
● ห่วงสุขอนามัยศูนย์พักพิง ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบต่อเนื่อง
นอกจากการจัดการขยะแล้ว กทม. ยังให้ความสำคัญกับสุขอนามัยในศูนย์พักพิง โดยมอบหมายให้สำนักอนามัยส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบศูนย์พักพิงอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านความสะอาด น้ำเสีย และสุขาภิบาล โดยเฉพาะห้องน้ำ พร้อมได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์ทำความสะอาดจากภาคเอกชน และจะจัดเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยดูแลและทำความสะอาดศูนย์พักพิง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาด้านสุขอนามัยเพิ่มเติม
● ย้ำพื้นที่น้ำลดต้องเร่ง Big Cleaning ไม่ให้มีขยะตกค้าง
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายสำคัญหลังน้ำลด คือ เมื่อพื้นที่ใดน้ำแห้งแล้ว ต้องเร่งเข้าไปดำเนินการ Big Cleaning โดยเร็วที่สุด หากสามารถดำเนินการได้ควรเริ่มภายในวันเดียวกันหรือวันถัดไป โดยเฉพาะการจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่ กระสอบทราย และขยะตกค้าง เพื่อให้พื้นที่กลับมาสะอาดและพร้อมใช้งานโดยเร็ว ขณะเดียวกัน พื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมจะต้องได้รับการจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสม ทั้งกำลังคน รถ และเรือ เพื่อให้สามารถเก็บและขนย้ายขยะออกจากพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง โดย กทม. จะเร่งบริหารจัดการทุกด้านเพื่อไม่ให้มีขยะตกค้างบนถนนสายหลักและพื้นที่ที่น้ำลดแล้ว พร้อมเตรียมความพร้อมให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตและดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

