กระสอบทรายเป็นอุปกรณ์กันน้ำท่วมที่คนไทยรู้จักดีที่สุด และคำค้น “กระสอบทราย” มีคนค้นหาหลายพันครั้งต่อเดือนทุกฤดูฝน แต่บ้านจำนวนมากวางแล้วน้ำก็ยังเข้า เพราะบรรจุทรายเต็มถุง วางซ้อนตรงกัน ปูพลาสติกไว้ใต้กระสอบ หรือลืมอุดท่อน้ำในบ้านที่น้ำดันย้อนขึ้นมา บทความนี้อธิบายวิธีวางที่ถูกหลักตามคำแนะนำของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหลักวิศวกรรมป้องกันน้ำท่วมสากล ตั้งแต่การเลือกทราย การบรรจุ การเรียง จำนวนถุงที่ต้องใช้ จุดที่น้ำมักซึมเข้าบ้านซึ่งกระสอบทรายกันไม่ได้ ไปจนถึงทางเลือกอย่างแผงกันน้ำสำเร็จรูป และการทิ้งทรายหลังน้ำลด
กระสอบทรายกันน้ำได้แค่ไหน และไม่ได้อะไร
กระสอบทรายเหมาะกับน้ำท่วมขังระดับต่ำถึงปานกลาง ประมาณไม่เกิน 50 ถึง 60 เซนติเมตร และน้ำที่ไหลไม่แรง มันช่วย “ชะลอ” น้ำและลดปริมาณที่ไหลเข้าบ้าน แต่ไม่ได้กันน้ำ 100 เปอร์เซ็นต์ น้ำจะซึมผ่านรอยต่อระหว่างถุงและผ่านเนื้อทรายอย่างช้า ๆ ราวหลายลิตรต่อนาทีต่อความยาวหนึ่งเมตร จึงต้องมีปั๊มจุ่มหรือถังตักน้ำที่ซึมเข้ามาด้วยเสมอ
สิ่งที่กระสอบทรายทำไม่ได้คือ กันน้ำที่ดันย้อนขึ้นมาทางท่อระบายน้ำและโถส้วม กันน้ำที่ซึมผ่านรอยร้าวของพื้นและผนัง กันน้ำที่ไหลแรงหรือน้ำป่า และกันน้ำท่วมที่สูงเกิน 1 เมตรซึ่งต้องใช้ทรายหลายตันจนเกินกำลังบ้านเดี่ยว ในกรณีเหล่านั้นการยกของขึ้นชั้นสองและอพยพคุ้มค่ากว่า
เลือกถุงและทรายให้ถูก
- ถุง ใช้กระสอบพลาสติกสาน (กระสอบปุ๋ย กระสอบข้าวสาร) ขนาดประมาณ 40 x 60 ถึง 45 x 70 เซนติเมตร กระสอบป่านหรือปอทนแดดน้อยและเปื่อยใน 1 ถึง 2 เดือน ถุงพลาสติกบางฉีกง่าย
- ทราย ใช้ทรายหยาบหรือทรายถมราคาถูกที่สุด ไม่ต้องใช้ทรายละเอียดหรือทรายก่อสร้างเกรดดี และห้ามใช้ดินเพราะดินจะละลายไปกับน้ำและทำให้ถุงยุบ
- ปริมาณ ทราย 1 คิว (1 ลูกบาศก์เมตร) หนักราว 1.5 ตัน บรรจุได้ประมาณ 70 ถึง 80 ถุงเมื่อใส่ 2 ใน 3 ถุง
- เครื่องมือ พลั่ว 1 อันต่อคนบรรจุ ถังหรือกรวยช่วยกรอกทราย ถุงมือผ้า และรถเข็นสำหรับขนถุงเข้าจุดวาง
วิธีบรรจุทรายให้ถูก
- บรรจุทรายเพียง 1 ใน 2 ถึง 2 ใน 3 ของถุง ถุงที่เต็มเกินจะแข็งเป็นก้อนกลม วางแล้วมีช่องว่างให้น้ำลอด ถุงที่หลวมพอจะแผ่ตัวแนบกับถุงข้างเคียงเหมือนอิฐดินเหนียว
- ไม่ต้องมัดปากถุง ให้พับปากถุงเก็บไว้ด้านล่างเวลาวาง เพื่อให้น้ำหนักทรายกดปิดปากถุงเอง ถุงที่มัดปากจะมีปมนูนทำให้ชั้นบนวางไม่แนบ
- ถุงมาตรฐานเมื่อบรรจุ 2 ใน 3 จะหนักประมาณ 15 ถึง 20 กิโลกรัม เป็นน้ำหนักที่คนทั่วไปยกและวางได้แม่นยำ ถุงที่หนักกว่านี้ทำให้วางเร็วแต่แนวกำแพงไม่แน่น
- ทำงานเป็นคู่ คนหนึ่งถือปากถุงพับขอบออกด้านนอก อีกคนตักทราย สองคนบรรจุได้ราว 60 ถุงต่อชั่วโมง เตรียมถุงให้เสร็จก่อนน้ำมาอย่างน้อยครึ่งวัน
วิธีวางกระสอบทรายแบบวิศวกร
- เลือกแนว วางในจุดที่แคบและสั้นที่สุดที่กันน้ำได้ทั้งบ้าน เช่น ประตูรั้วและช่องประตูบ้าน ดีกว่าล้อมทั้งตัวบ้าน ยิ่งแนวสั้นยิ่งใช้ถุงน้อยและแน่นกว่า
- เตรียมพื้น กวาดเศษหิน กิ่งไม้ และขยะออก เพื่อให้ถุงแนบพื้น พื้นที่มีร่องหรือขอบให้อุดด้วยถุงเล็กก่อน
- วางชั้นแรกตามยาว ให้ปากถุงที่พับหันไปทางทิศที่น้ำมา และวางถุงถัดไปทับปากถุงก่อนหน้าครึ่งถุง
- วางสลับแนวเหมือนก่ออิฐ ชั้นถัดไปให้รอยต่ออยู่กลางถุงของชั้นล่าง ห้ามให้รอยต่อตรงกันเป็นเส้นตั้ง เพราะน้ำจะลอดตามเส้นนั้น
- ฐานต้องกว้างกว่าความสูง ใช้อัตราส่วนฐานกว้าง 2 ถึง 3 เท่าของความสูง เช่น กำแพงสูง 60 เซนติเมตรต้องมีฐานกว้างราว 1.2 ถึง 1.8 เมตร เรียงเป็นรูปพีระมิด แรงดันน้ำที่ฐานกำแพงสูง 60 เซนติเมตรมีค่าราว 6 กิโลปาสกาล ถ้าฐานแคบกำแพงจะพลิก
- เหยียบทุกชั้น เดินเหยียบให้ถุงแนบกันและอัดช่องว่างทุกครั้งที่วางเสร็จ 1 ชั้น
- ปูพลาสติกด้านที่รับน้ำ ใช้ผ้าใบหรือพลาสติกหนา (พีอี 0.15 มิลลิเมตรขึ้นไป) คลุมด้านหน้ากำแพง (ฝั่งน้ำ) จากพื้นดินขึ้นมาถึงยอด แล้วทับชายพลาสติกด้านล่างด้วยกระสอบอีกแถวเพื่อไม่ให้น้ำมุดใต้ ห้ามปูพลาสติกไว้ใต้กำแพงเพราะกระสอบจะลื่นไถลเมื่อน้ำดัน
- เว้นระยะจากตัวบ้าน หากทำแนวกันน้ำขนาดใหญ่ ควรห่างจากผนังบ้านประมาณ 1 ถึง 2 เมตร เพื่อไม่ให้น้ำหนักและแรงดันน้ำกระทำกับผนังบ้านโดยตรง แต่แนวเล็กหน้าประตูวางชิดวงกบได้
- สูงกว่าระดับที่คาดไว้ 20 เซนติเมตร น้ำจากคลื่นรถและฝนตกเพิ่มทำให้ระดับสูงขึ้นชั่วขณะ
ต้องใช้กี่ถุง
| ความสูงที่ต้องการ | จำนวนชั้น | ฐานกว้าง | ถุงต่อความยาว 1 เมตร (โดยประมาณ) | ทรายต่อความยาว 1 เมตร |
|---|---|---|---|---|
| 30 เซนติเมตร | 3 | 60 ถึง 90 เซนติเมตร | 10 ถึง 12 ถุง | ราว 200 กิโลกรัม |
| 60 เซนติเมตร | 6 | 1.2 ถึง 1.8 เมตร | 35 ถึง 40 ถุง | ราว 650 กิโลกรัม |
| 90 เซนติเมตร | 9 | 1.8 ถึง 2.7 เมตร | 75 ถึง 85 ถุง | ราว 1.4 ตัน |
| 1.2 เมตร | 12 | 2.4 ถึง 3.6 เมตร | 130 ถึง 150 ถุง | ราว 2.5 ตัน |
ตัวเลขนี้เป็นค่าประมาณสำหรับการเรียงแบบพีระมิด ตัวอย่างการคำนวณ ประตูบ้านกว้าง 2 เมตร ต้องการกันน้ำสูง 60 เซนติเมตร ใช้ราว 70 ถึง 80 ถุง หรือทรายประมาณ 1.2 ถึง 1.5 ตัน (1 คิว) หากต้องการล้อมรั้วยาว 10 เมตรที่ความสูงเดียวกัน จะต้องใช้ 350 ถึง 400 ถุง หรือทราย 5 คิว ซึ่งเกินกำลังบ้านเดี่ยว จึงควรวางเฉพาะช่องเปิดและปิดช่องอื่นด้วยวิธีถาวรกว่า
จุดที่กระสอบทรายกันไม่ได้ และต้องอุดต่างหาก
- ท่อระบายน้ำในบ้าน ห้องน้ำ และโถส้วม เมื่อน้ำนอกบ้านสูงกว่าพื้นบ้าน น้ำจะดันย้อนขึ้นมาทางท่อ ให้ใส่ถุงทรายในถุงพลาสติกกดทับฝาท่อระบายน้ำที่พื้น ใช้ถุงน้ำมัดปากหรือลูกบอลยางอุดคอห่านโถส้วม แล้ววางถุงทรายทับฝาชักโครก บ้านที่ทำใหม่ควรติดวาล์วกันย้อน (check valve) ที่ท่อระบายน้ำหลัก
- รอยแตกร้าวของผนังและช่องใต้ประตู ใช้ซิลิโคน ดินน้ำมัน หรือโฟมอุดรอยรั่วก่อนวางกระสอบ ประตูอะลูมิเนียมมีช่องระบายน้ำที่รางล่างซึ่งน้ำเข้าได้ ให้ปิดด้วยเทปกาวกันน้ำ
- ช่องแอร์ ช่องลม ท่อร้อยสายไฟ ปลั๊กไฟชั้นล่าง ปิดด้วยเทปกาวกันน้ำ และตัดเบรกเกอร์วงจรชั้นล่างก่อนน้ำมาถึง (วิธีตัดไฟให้ปลอดภัย)
- ประตูโรงรถแบบบานเลื่อนหรือม้วน มีช่องด้านล่างและด้านข้างมาก กระสอบทรายกันได้เพียงบางส่วน ให้ย้ายรถไปจอดที่สูงตั้งแต่มีประกาศเตือน (รถกับน้ำท่วม ต้องรู้อะไร)
- บ่อพักและถังบำบัดน้ำเสีย น้ำท่วมจะดันของเสียย้อนขึ้นมา ปิดฝาบ่อให้แน่นและวางถุงทรายทับ
คำแนะนำ 4 ข้อของ ปภ. ก่อนน้ำมา
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสรุปวิธีป้องกันน้ำท่วมบ้านแบบง่ายไว้ 4 ข้อ ได้แก่ เสริมกระสอบทรายเป็นแนวคันกั้นน้ำที่ช่องทางเข้าบ้าน กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำรอบบ้านเช่นเศษกิ่งไม้และขยะในราง ดูแลทำความสะอาดท่อระบายน้ำหน้าบ้านให้น้ำไหลได้ และทิ้งขยะให้เป็นที่เพื่อไม่ให้ไปอุดตันท่อสาธารณะ ทั้งสี่ข้อมีเหตุผลเดียวกันคือ น้ำที่ระบายได้เร็วจะไม่สูงพอมาถึงกระสอบทรายของคุณ
ขอกระสอบทรายฟรีได้ที่ไหน
- กรุงเทพฯ สำนักงานเขตทั้ง 50 เขตจัดจุดแจกกระสอบทรายให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเมื่อมีประกาศเตือนฝนหนักหรือน้ำเหนือ ติดต่อฝ่ายโยธาของสำนักงานเขต แจ้งผ่าน Traffy Fondue หรือสายด่วน กทม. 1555 บางเขตแจกถุงบรรจุแล้ว บางเขตให้มาบรรจุเองจากกองทรายที่จัดไว้ จึงควรเตรียมพลั่ว ถุงมือ และรถเข็นไปด้วย และมักจำกัดครัวเรือนละ 20 ถึง 50 ถุง
- ปริมณฑลและต่างจังหวัด ติดต่อเทศบาล อบต. หรือสำนักงาน ปภ. จังหวัด สายด่วน 1784 เทศบาลนครรังสิตและนนทบุรีตั้งจุดแจกที่สำนักงานและวัดในช่วงเหตุการณ์
- ซื้อเอง ร้านวัสดุก่อสร้างขายกระสอบเปล่าถุงละ 5 ถึง 15 บาท และทรายถมคิวละ 400 ถึง 800 บาทรวมส่ง ช่วงน้ำท่วมราคาขึ้นและของขาด จึงควรซื้อเก็บไว้ก่อนฤดูฝนถ้าบ้านอยู่พื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก กระสอบเปล่าเก็บได้หลายปี
ทางเลือกนอกจากกระสอบทราย
| อุปกรณ์ | เหมาะกับ | ราคาโดยประมาณ | ข้อดี | ข้อจำกัด |
|---|---|---|---|---|
| แผงกันน้ำสำเร็จรูป (Boxwall, แผ่นอะลูมิเนียมล็อกกับวงกบ) | ประตูบ้าน ทางเข้าคอนโด ร้านค้า | 3,000 ถึง 20,000 บาทต่อช่องประตู | ติดตั้งใน 5 นาที ใช้ซ้ำได้หลายปี กันน้ำได้ดีกว่าถ้ายาแนวดี | ต้องวัดขนาดล่วงหน้า พื้นต้องเรียบ กันความสูงจำกัด 60 ถึง 100 เซนติเมตร |
| ถุงน้ำกันน้ำท่วม (เติมน้ำแทนทราย) | บ้านที่หาทรายไม่ได้ คอนโด | 200 ถึง 600 บาทต่อถุงยาว | เบา เก็บง่าย เติมด้วยสายยาง | รั่วง่าย ลอยเมื่อน้ำสูงกว่าถุง กันน้ำสูงไม่ได้ |
| ถุงเจลดูดน้ำ (ถุงทรายไร้ทราย) | ประตูและช่องเล็ก | 50 ถึง 150 บาทต่อถุง | เบามากก่อนใช้ พองตัวเมื่อโดนน้ำ | ใช้ครั้งเดียว พองช้า 3 ถึง 5 นาที ราคาต่อถุงสูง |
| ก่ออิฐบล็อกชั่วคราวหน้าประตู | น้ำท่วมนานหลายสัปดาห์ | 1,000 ถึง 3,000 บาทต่อช่อง | แน่นหนา ทนน้ำนาน | ต้องทุบทิ้ง ใช้ช่าง เข้าออกบ้านลำบาก |
| กระสอบทราย | ทุกบ้าน น้ำไม่เกิน 60 เซนติเมตร | ฟรีถึง 1,500 บาทต่อช่องประตู | ถูก หาได้ทันที ทำเองได้ ปรับรูปตามพื้นได้ | หนัก ซึมน้ำ ใช้แรงงานมาก ใช้แล้วต้องทิ้ง |
บ้านในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากที่ท่วมทุกปีคุ้มค่าที่จะลงทุนแผงกันน้ำสำเร็จรูปสำหรับช่องประตูหลัก แล้วใช้กระสอบทรายเสริมจุดเล็กและอุดท่อ ส่วนบ้านที่ท่วมนานครั้งกระสอบทรายยังเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุด
ตัวอย่างการวางแผนสำหรับบ้าน 3 แบบ
- ทาวน์เฮาส์ประตูหน้าเดียว กว้าง 2.5 เมตร จุดเสี่ยงคือประตูรั้ว ประตูบ้าน และท่อน้ำทิ้งหน้าบ้าน วางกระสอบทรายที่ประตูรั้วสูง 60 เซนติเมตร ราว 90 ถึง 100 ถุง อุดท่อน้ำทิ้งและโถส้วมชั้นล่าง ปิดช่องใต้ประตูบ้านด้วยเทปกาว ใช้เวลา 2 คน 2 ชั่วโมง ทราย 1.5 คิว
- บ้านเดี่ยวมีรั้วยาว 20 เมตร ล้อมทั้งรั้วไม่คุ้ม (700 ถุง 10 คิว) ให้วางเฉพาะประตูรั้วและช่องประตูบ้านทุกด้าน แล้วยกของชั้นล่างขึ้นชั้นสอง ยอมให้น้ำเข้าสนามและถอยแนวป้องกันมาที่ตัวบ้าน ซึ่งใช้ราว 150 ถึง 200 ถุง
- ร้านค้าหน้ากว้าง 4 เมตร ประตูม้วน ประตูม้วนมีช่องมาก กระสอบทรายอย่างเดียวกันไม่พอ ควรใช้แผงกันน้ำสำเร็จรูปสูง 60 ถึง 80 เซนติเมตรที่ล็อกกับวงกบ แล้วใช้กระสอบทรายทับชายพลาสติกด้านหน้าและอุดรอยต่อสองข้าง ยกสินค้าชั้นล่างขึ้นชั้นวางสูงกว่า 80 เซนติเมตร
ระหว่างน้ำท่วม: ดูแลแนวกระสอบทรายอย่างไร
- ตรวจแนวทุก 2 ถึง 3 ชั่วโมง โดยเฉพาะตอนกลางคืน ดูจุดที่น้ำซึมออกด้านในมากผิดปกติ แล้วเสริมถุงด้านในตรงจุดนั้น
- ปั๊มหรือตักน้ำที่ซึมเข้ามาออกอย่างสม่ำเสมอ อย่ารอให้ท่วมพื้น
- ถ้าน้ำสูงขึ้นใกล้ยอดกำแพง ให้เพิ่มชั้นบนพร้อมขยายฐานด้านใน อย่าวางชั้นเดียวบนยอดโดยไม่ขยายฐาน
- ถ้าน้ำเริ่มล้นยอดหรือกำแพงเอน หยุดเสริมและถอยไปยกของขึ้นที่สูง ความปลอดภัยของคนสำคัญกว่าพื้นบ้าน
หลังน้ำลด: ทิ้งกระสอบทรายอย่างไร
ทรายที่แช่น้ำท่วมปนเปื้อนน้ำเสีย เชื้อโรค และอาจมีน้ำมัน ไม่ควรนำไปใส่กระบะทรายเด็ก ผสมปูน หรือถมสวนที่ปลูกผัก ให้ใส่ถุงมือยางและรองเท้าบูตเวลาขนย้าย รอรถเก็บขยะของเขตหรือจุดรวมที่ท้องถิ่นกำหนด ซึ่งมักประกาศหลังน้ำลด 1 ถึง 2 สัปดาห์ ห้ามเททรายลงท่อระบายน้ำหรือคลองเพราะจะทำให้ท่ออุดตันซ้ำในฤดูฝนถัดไป ถุงที่ยังดีให้ล้าง ตากแดด และเก็บไว้ใช้ปีหน้า ส่วนทรายสะอาดที่ไม่โดนน้ำท่วม (เช่น ถุงสำรองที่ไม่ได้ใช้) เก็บในที่ร่มใช้ต่อได้
แหล่งอ้างอิง
- ปภ. แนะ 4 วิธีป้องกันน้ำท่วมบ้านแบบง่าย ๆ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผ่านสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- ปภ. แนะวิธีเตรียมตัวเมื่อต้องอยู่ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
- เตรียมบ้านรับมือน้ำท่วม ต้องมีอุปกรณ์และวิธีป้องกันอะไรบ้าง HomeGuru โฮมโปร
- 10 อุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วม ที่ควรมีไว้ติดบ้านก่อนน้ำจะมา Kacha Thailand
- แผงกั้นน้ำท่วม อุปกรณ์ที่จะช่วยปกป้องบ้านของคุณจากน้ำรอระบาย SHD
- กันน้ำท่วมด้วยวิธีการวางกระสอบทรายแบบวิศวกร United Honda
- สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ข้อมูลจุดน้ำท่วมและการระบายน้ำ
ตัวเลขจำนวนถุงและราคาเป็นค่าประมาณสำหรับการวางแผน ปรับปรุงล่าสุด 26 กันยายน 2569

