ทุกครั้งที่ฝนถล่มกรุงเทพฯ ภาพรถดับกลางน้ำหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แจ้งวัฒนะ งามวงศ์วาน หรือพหลโยธินจะกลับมาอีก รถที่ดับกลางน้ำหนึ่งคันไม่ได้เสียแค่ค่าซ่อมหลักหมื่นถึงหลักแสน แต่ทำให้ถนนทั้งเส้นหยุดนิ่ง และเป็นจุดที่คนถูกไฟดูดหรือถูกรถชนขณะลงไปเข็นรถ บทความนี้บอกวิธีประเมินว่าน้ำระดับไหนรถคุณผ่านได้ ขั้นตอนขับผ่านน้ำที่ถูกต้อง สิ่งที่ต้องทำและห้ามทำเมื่อรถดับ รายการที่ต้องเช็กหลังลุยน้ำ สิ่งที่ต้องทำเมื่อรถจอดอยู่แล้วน้ำท่วมถึง และเกณฑ์ประกันภัยของ คปภ. ที่ใช้ตัดสินว่าประกันจ่ายเท่าไร
ทำไมรถถึงดับกลางน้ำ
รถน้ำมันดับกลางน้ำด้วยสาเหตุหลักสามอย่าง หนึ่งคือน้ำถูกดูดเข้าท่อไอดีซึ่งปากท่อมักอยู่ระดับกันชนบนถึงไฟหน้า เมื่อน้ำเข้ากระบอกสูบ เครื่องยนต์จะดับทันทีและถ้าสตาร์ทซ้ำก้านสูบจะคด สองคือน้ำกระเด็นเข้าระบบไฟ จานจ่าย คอยล์ กล่องควบคุม (ECU) และปลั๊กสายไฟ ทำให้ไฟดับหรือเครื่องสะดุด สามคือน้ำย้อนเข้าท่อไอเสียเมื่อผู้ขับผ่อนคันเร่งกลางน้ำหรือหยุดรถ ทำให้เครื่องดับเพราะไอเสียออกไม่ได้ การขับผ่านน้ำที่ถูกต้องคือการป้องกันทั้งสามอย่างพร้อมกัน
ระดับน้ำเท่าไรผ่านได้ ดูจากอะไร
หลักง่ายที่สุดคือ ดูรถคันหน้าและขอบฟุตพาท ฟุตพาทในกรุงเทพฯ สูงราว 15 ถึง 20 เซนติเมตร ถ้าน้ำท่วมมิดฟุตพาท แปลว่าน้ำเกิน 20 เซนติเมตรแล้ว จุดที่สองคือล้อรถคันหน้า ถ้าน้ำถึงครึ่งล้อของรถเก๋ง (ราว 30 เซนติเมตร) รถเก๋งคันถัดไปไม่ควรตาม จุดที่สามคือประกาศของศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กทม. ที่ระบุถนนซึ่ง “รถเล็กห้ามผ่าน” ซึ่งหมายถึงน้ำเกิน 30 เซนติเมตร (วิธีเช็กระดับน้ำท่วมถนนแบบเรียลไทม์)
| ประเภทรถ | ระดับน้ำที่ควรหยุดคิด | ห้ามผ่านเมื่อ | จุดอ่อน |
|---|---|---|---|
| รถเก๋งและอีโคคาร์ | 20 เซนติเมตร (ครึ่งล้อ) | เกิน 30 เซนติเมตร หรือน้ำถึงกลางประตู | ปากท่อไอดีต่ำ ระยะต่ำสุดจากพื้น 13 ถึง 16 เซนติเมตร |
| รถกระบะ เอสยูวี ยกสูง | 30 ถึง 40 เซนติเมตร | เกิน 50 เซนติเมตร หรือน้ำถึงกันชนหน้า | ระยะต่ำสุด 20 ถึง 25 เซนติเมตร แต่ปากท่อไอดีบางรุ่นอยู่หลังไฟหน้า |
| รถไฟฟ้า (EV) และปลั๊กอินไฮบริด | ตามคู่มือผู้ผลิต ส่วนใหญ่ราว 30 เซนติเมตร | น้ำไหลแรง หรือแช่นานเกินไม่กี่นาที ต้องเลี่ยงแม้ระดับต่ำ | แบตเตอรี่แรงดันสูงใต้ท้องรถ จุดต่อสาย พอร์ตชาร์จ |
| มอเตอร์ไซค์ | 15 ถึง 20 เซนติเมตร (ใต้ท่อไอเสีย) | น้ำถึงท่อไอเสียหรือมองไม่เห็นพื้นถนน | ท่อไอเสีย กรองอากาศใต้เบาะ ล้อเล็กตกหลุมง่าย |
ตัวเลขนี้ใช้กับน้ำนิ่ง ถ้าน้ำไหลหรือมีคลื่นจากรถสวน ให้ลดระดับที่ยอมรับได้ลงครึ่งหนึ่ง และเมื่อมองไม่เห็นพื้นถนน ให้ถือว่าอาจมีฝาท่อเปิด หลุม หรือขอบทางอยู่ใต้น้ำ น้ำที่ไหลด้วยความเร็วเพียง 1 เมตรต่อวินาทีที่ระดับ 30 เซนติเมตรมีแรงพอที่จะดันรถเก๋งให้ลอยและเคลื่อนได้
7 ขั้นตอนขับผ่านน้ำท่วม
- เช็กก่อนออกจากบ้าน ดูระดับน้ำถนนสายหลักของ กทม. เรดาร์ฝน และประกาศ BKK_BEST ถ้าเส้นทางประจำท่วม ให้ใช้ทางด่วนซึ่งยกสูงหรือรอ 1 ถึง 2 ชั่วโมง น้ำรอระบายส่วนใหญ่ลดภายในเวลานั้น การรอถูกกว่าค่าซ่อมเสมอ
- ปิดแอร์ก่อนถึงน้ำ พัดลมหน้าหม้อน้ำจะตีน้ำกระจายเข้าห้องเครื่องและอาจหักเมื่อปั่นในน้ำ เปิดกระจกแทนถ้าอบอ้าว
- ใช้เกียร์ต่ำ เกียร์ธรรมดาใช้เกียร์ 1 หรือ 2 เกียร์อัตโนมัติใช้ L, 1 หรือโหมดแมนนวลเกียร์ 1 ถึง 2 เพื่อรักษารอบเครื่องให้คงที่ราว 1,500 ถึง 2,000 รอบ รอบที่สูงพอทำให้แรงดันไอเสียดันน้ำออกจากท่อได้
- ขับช้าและสม่ำเสมอ ความเร็วไม่เกิน 5 ถึง 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ห้ามเร่งแล้วผ่อน เพราะน้ำจะย้อนเข้าท่อไอเสียตอนผ่อน ห้ามเปลี่ยนเกียร์กลางน้ำ และห้ามหยุดรถกลางน้ำถ้าไม่จำเป็น
- เว้นระยะห่างจากคันหน้า 2 ถึง 3 เท่าของปกติ เพื่อไม่ต้องหยุดกลางน้ำถ้าคันหน้าดับ และไม่ให้คลื่นจากคันหน้าซัดเข้าห้องเครื่อง ถ้ามีรถใหญ่ ให้ตามแนวล้อของมันเพราะพื้นตรงนั้นผ่านได้แน่ แต่เว้นระยะเพราะคลื่นท้ายรถใหญ่สูง
- ไม่แซงและไม่สวนกับรถที่วิ่งเร็ว คลื่นจากรถสวนที่วิ่งเร็วสามารถยกน้ำสูงขึ้นอีก 20 ถึง 30 เซนติเมตรชั่วขณะ ถ้ารถสวนมาเร็ว ให้ชะลอจนคลื่นผ่านแล้วค่อยไปต่อ
- พ้นน้ำแล้วอย่ารีบเร่ง แตะเบรกเบา ๆ หลายครั้งเพื่อไล่น้ำจากจานเบรก แล้วขับช้าอีก 1 ถึง 2 กิโลเมตรเพื่อให้ระบบแห้ง สังเกตเสียงและไฟเตือนบนหน้าปัด
รถดับกลางน้ำ ต้องทำและห้ามทำอะไร
- ห้ามสตาร์ทซ้ำเด็ดขาด ทุกค่ายรถและอู่ย้ำเรื่องเดียวกัน ถ้าน้ำเข้าเครื่องแล้วการสตาร์ทจะทำให้ก้านสูบคดและเครื่องพัง ค่าซ่อมจากหลักหมื่นกลายเป็นหลักแสน และประกันอาจปฏิเสธเพราะถือว่าความเสียหายส่วนเพิ่มเกิดจากการกระทำหลังเหตุ
- บิดกุญแจปิด เปิดไฟฉุกเฉิน ดึงเบรกมือ ถ้าเป็นรถระบบกดปุ่ม ให้กดปิดค้างจนดับสนิท
- ออกจากรถถ้าน้ำยังขึ้น ถ้าน้ำเริ่มเข้าห้องโดยสาร ให้ออกทันทีทางประตูฝั่งที่น้ำต่ำกว่าหรือฝั่งฟุตพาท หากประตูเปิดไม่ได้ให้ลดกระจก อย่ารอในรถ และระวังรถคันอื่นขณะออก
- เข็นไปที่สูงถ้าน้ำตื้นและมีคนช่วย เพื่อให้น้ำไม่ท่วมสูงขึ้นถึงกล่องควบคุมและเบาะ ปลดเกียร์ว่างและมีคนควบพวงมาลัย
- โทรขอความช่วยเหลือ สายด่วนจราจร 1197 ตำรวจทางหลวง 1193 หรือศูนย์ประกันภัยของคุณเพื่อเรียกรถยก ประกันชั้น 1 ส่วนใหญ่มีบริการรถยกฟรีในระยะที่กำหนด ถ่ายรูปรถ ระดับน้ำ และป้ายถนนไว้เป็นหลักฐาน
- ถ้าเครื่องดับเพราะน้ำแค่กระเด็นเข้าระบบไฟ เปิดฝากระโปรงดูว่ากรองอากาศเปียกหรือไม่ ถ้ากรองอากาศแห้งและไม่มีน้ำในท่อไอดี อาจสตาร์ทได้หลังรอ 10 ถึง 15 นาทีให้ระบบไฟแห้ง แต่ถ้ากรองอากาศเปียกหรือน้ำสูงถึงระดับกันชนบน ห้ามสตาร์ท ให้ลากไปอู่
- รถอีวีที่ดับหรือขึ้นไฟเตือนแบตเตอรี่ในน้ำ ออกจากรถ ห้ามแตะใต้ท้องรถหรือพอร์ตชาร์จ และเรียกรถยกของศูนย์บริการ
หลังลุยน้ำ ต้องเช็กอะไร
| รายการ | ดูอย่างไร | ทำอะไรถ้าผิดปกติ |
|---|---|---|
| เบรก | ทดสอบทันทีหลังพ้นน้ำ เป็นระบบแรกที่ต้องเช็กตามข้อสอบใบขับขี่ | ถ้าเบรกลื่นหรือมีเสียง ขับช้าและแตะเบรกเบา ๆ จนกลับมาปกติ |
| น้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์ | ดึงก้านวัดดูสี ถ้าขาวขุ่นเหมือนกาแฟใส่นมแปลว่าน้ำเข้า | ห้ามขับต่อ ลากไปเปลี่ยนถ่ายที่อู่ |
| กรองอากาศ | เปิดกล่องกรองดูว่าเปียกหรือมีคราบน้ำ | เปลี่ยนกรอง และให้อู่ตรวจว่าน้ำเข้าท่อไอดีหรือไม่ |
| พรมและใต้เบาะ | กดพรมดูว่าชื้นหรือมีน้ำ | รื้อพรมตากภายใน 1 ถึง 2 วัน ไม่เช่นนั้นจะขึ้นราและกินปลั๊กไฟใต้เบาะ |
| ลูกปืนล้อ จารบี เพลาขับ | เสียงหอนหรือครืดขณะขับหลังลุยน้ำนานเกิน 30 นาที | ให้อู่ตรวจและอัดจารบีใหม่ |
| ระบบไฟและกล่องควบคุม | ไฟเตือนบนหน้าปัดค้าง ระบบไฟฟ้าทำงานผิดปกติ | ให้อู่สแกนโค้ดและตรวจปลั๊กสาย |
| รถไฟฟ้า | ไฟเตือนแบตเตอรี่ กลิ่นไหม้ ระยะทางลดผิดปกติ | ให้ศูนย์บริการตรวจแพ็กแบตเตอรี่ก่อนชาร์จ จอดกลางแจ้ง |
รถจอดอยู่แล้วน้ำท่วมถึง ต้องทำอย่างไร
- น้ำยังไม่ถึงขอบประตูล่าง ย้ายรถไปที่สูงได้ทันทีโดยขับช้าตามขั้นตอนด้านบน จุดจอดที่ดีคือทางด่วนไม่ได้ (ผิดกฎหมาย) แต่ห้าง อาคารจอดรถ สะพานข้ามแยกที่มีไหล่ทาง และวัดที่เปิดให้จอดฟรีช่วงเหตุการณ์ใช้ได้ ดูรายชื่อที่จอดรถฟรีในหน้ารวมสถานการณ์น้ำท่วมของไทยแทบลอยด์
- น้ำเข้าห้องโดยสารแล้ว ห้ามสตาร์ท ห้ามเปิดสวิตช์ไฟ ถ่ายรูประดับน้ำที่ตัวรถทุกด้าน ป้ายทะเบียน และสภาพแวดล้อม แล้วแจ้งประกันภัยภายใน 24 ชั่วโมง เรียกรถยกเมื่อน้ำลด
- รถอีวีที่จมน้ำ ห้ามชาร์จ ห้ามสตาร์ท และไม่ควรจอดในอาคารปิดหลังกู้ขึ้นมา เพราะแบตเตอรี่อาจลัดวงจรและติดไฟหลายวันหลังจากนั้น
- ปลดขั้วแบตเตอรี่ ถ้าเข้าถึงห้องเครื่องได้โดยไม่ต้องลงน้ำ เพื่อลดความเสียหายของระบบไฟ
จุดน้ำท่วมซ้ำซากบนถนนสายหลัก กทม. ที่รถดับบ่อย
จากการรายงานของผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์และประกาศของศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กทม. ในเหตุการณ์ 24 ถึง 26 กันยายน 2569 และเหตุการณ์ฝนถล่มก่อนหน้า จุดที่มีรถดับกลางน้ำซ้ำแล้วซ้ำอีกมีลักษณะร่วมคือเป็นทางลอด จุดกลับรถใต้สะพาน หรือช่องคู่ขนานที่ต่ำกว่าถนนหลัก
- ถนนวิภาวดีรังสิต ช่วงหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และสถานีรถไฟฟ้าหลักสี่
- ถนนแจ้งวัฒนะ จุดลงทางด่วนมุ่งหน้าปากเกร็ด และช่วงเลียบคลองประปา
- ถนนงามวงศ์วาน ช่วงเดอะมอลล์ถึงพันธุ์ทิพย์ และแยกพงษ์เพชร
- ถนนรามคำแหง หลายช่วง และซอยรามคำแหง 43/1
- ถนนพหลโยธิน ซอย 54/1 เขตสายไหม และช่องคู่ขนานหน้าวังน้อย
- จุดกลับรถใต้สะพานบางบัว เขตบางเขน ซึ่งสำนักงานเขตประกาศห้ามผ่านเมื่อฝนหนัก
- ถนนเทพรักษ์ ช่วงจากบิ๊กซีสะพานใหม่
- ซอยสุขุมวิท 101/1 และซอยสุขุมวิท 63 (เอกมัย)
- ถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) ช่องคู่ขนานขาออกจากแยกบางนา
- ถนนรัชดาภิเษก แยกรัชดา-ลาดพร้าว และถนนเพชรบุรีตัดใหม่
ถ้าเส้นทางประจำผ่านจุดเหล่านี้ ให้เช็กระดับน้ำที่สถานีวัดของ กทม. ก่อนออกจากบ้านทุกครั้งที่ฝนตกหนักเกิน 1 ชั่วโมง และเตรียมเส้นทางเลี่ยงที่ใช้ทางด่วนหรือถนนที่ยกสูงไว้ล่วงหน้า
ประกันรถคุ้มครองไหม: เกณฑ์ คปภ. 5 ระดับ
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วมโดยทั่วไป ส่วนชั้น 2+ และ 3+ คุ้มครองเฉพาะกรมธรรม์ที่ระบุภัยธรรมชาติ และชั้น 2 กับ 3 ไม่คุ้มครอง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดเกณฑ์กลางให้บริษัทประกันใช้ประเมินค่าซ่อมรถน้ำท่วม 5 ระดับตามระดับน้ำที่เข้าตัวรถ
| ระดับ | น้ำท่วมถึง | ค่าซ่อมโดยประมาณตามเกณฑ์ คปภ. |
|---|---|---|
| A | พื้นรถ เช่น พรมพื้น | 8,000 ถึง 10,000 บาท |
| B | เบาะนั่ง และระบบไฟฟ้าบางส่วน | 15,000 ถึง 20,000 บาท |
| C | ส่วนล่างของคอนโซลหน้า | 25,000 ถึง 30,000 บาท |
| D | ส่วนบนของคอนโซลหน้า | 30,000 บาทขึ้นไป |
| E | รถจมน้ำทั้งคัน | บริษัทประกันคืนทุนประกันทั้งหมดให้ผู้เอาประกันหรือผู้รับผลประโยชน์ |
เกณฑ์เพิ่มเติมที่ คปภ. ประกาศหลังน้ำท่วมภาคใต้ปลายปี 2568 คือ หากค่าซ่อมเกินร้อยละ 70 ของราคารถปัจจุบัน บริษัทต้องจ่ายเต็มจำนวนตามกรมธรรม์ (คืนทุน) โดยประกันชั้น 1 อ้างอิงราคารถปัจจุบัน ส่วนชั้น 2+ และ 3+ ใช้ทุนประกันที่กำหนดตอนทำสัญญา
ขั้นตอนเคลมรถน้ำท่วม
- ถ่ายรูปและวิดีโอระดับน้ำที่ตัวรถทุกด้าน ป้ายทะเบียน ภายในรถ และบริเวณโดยรอบ ระบุวันเวลา
- โทรแจ้งบริษัทประกันภายใน 24 ชั่วโมง (เบอร์อยู่บนสติกเกอร์กระจกหน้า) แจ้งว่ารถถูกน้ำท่วม ระดับน้ำประมาณเท่าไร และสตาร์ทหรือไม่
- ห้ามสตาร์ท ห้ามซ่อมเองก่อนเจ้าหน้าที่ประเมิน รอรถยกจากประกันหรือให้ประกันอนุมัติรถยกที่คุณเรียก
- เตรียมสำเนากรมธรรม์ ทะเบียนรถ ใบขับขี่ และบัตรประชาชน กรมธรรม์ที่เปียกน้ำบริษัทตรวจสอบจากระบบได้
- รอใบประเมินความเสียหายและระดับตามเกณฑ์ คปภ. ถ้าไม่เห็นด้วยกับการประเมิน ร้องเรียนได้ที่สายด่วน คปภ. 1186
แหล่งอ้างอิง
- เกณฑ์ใหม่ คปภ. ช่วยผู้ประสบภัยใต้ รถจมน้ำทั้งคันคืนทุนประกันเต็ม (เกณฑ์ 5 ระดับ A ถึง E) Thai PBS 4 ธันวาคม 2568
- ทำอย่างไร ถ้าจำเป็นต้องขับรถลุยน้ำท่วมขัง ทีเอ็มบีธนชาต
- ทำอย่างไร ถ้าต้องขับรถลุยน้ำท่วม Toyota Buzz
- ลุยน้ำท่วมแล้วเครื่องยนต์ดับ ทำอย่างไรดี Dunlop Tire Thailand
- เทคนิคขับรถลุยน้ำท่วมให้ปลอดภัย และวิธีดูแลรถหลังลุยน้ำ Mitsu RMA
- รถดับขณะขับลุยน้ำ ควรรับมืออย่างไร Cockpit
- เคลมประกันรถได้ไหม หากน้ำท่วมรถ วิริยะประกันภัย
- ระบบตรวจวัดน้ำท่วมถนน สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร
ระดับน้ำที่แนะนำเป็นค่าทั่วไป ตรวจสอบคู่มือรถของคุณ ปรับปรุงล่าสุด 26 กันยายน 2569

