‘ณัฐพงษ์’ อุบชื่อรัฐมนตรีถูกซักฟอกรอเปิดวันยื่นญัตติ มั่นใจข้อมูลแน่น ย้ำเป้าหมายทลาย ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ กินรวบประเทศ

วันนี้ (25 ก.ย. 69) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า การหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านมีความคืบหน้าดีและอยู่ในช่วงท้ายของการสรุปกรอบญัตติ โดยต้องนำเนื้อหาของทุกพรรคที่ต้องการอภิปรายมารวมกัน เมื่อสรุปกรอบญัตติเสร็จสิ้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการลงนาม ซึ่งคาดว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรในช่วงเดือนตุลาคม

ส่วนกรณีที่เปิดรับข้อมูลจากประชาชนและมีข้อสังเกตว่าพรรคมีข้อมูลเพียงพอหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เนื้อหาข้อมูลที่มีอยู่มีน้ำหนักเพียงพอ แต่พรรคเปิดช่องทางรับข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อเจาะลึกจากผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง การอภิปรายครั้งนี้พยายามชี้ให้เห็นถึงความเลวร้ายของระบอบสีน้ำเงิน ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงพรรคการเมืองเดียว แต่รวมถึงการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระและกลุ่มทุนที่สนับสนุน หากพิจารณากรอบการอภิปรายจะมีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมาก เช่น บริษัทที่เข้าร่วมประมูลโครงการรัฐแล้วพบการล็อกสเปกเอื้อประโยชน์ให้บางบริษัท รวมถึงปัญหาในระบบราชการ เช่น การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ หรือการทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งการเปิดช่องทางรับเรื่องจะทำให้พรรคมีข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น

เมื่อถามว่านอกจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะมีรัฐมนตรีคนอื่นถูกอภิปรายเพิ่มเติมหรือไม่ นายณัฐพงษ์ระบุว่าขอให้รอทราบพร้อมกันในวันยื่นญัตติ โดยเป้าหมายคือต้องการชี้ให้เห็นถึงปัญหาของระบอบสีน้ำเงินที่เชื่อมโยงถึงส่วนอื่นนอกเหนือจากพรรคการเมือง

ผู้สื่อข่าวถามถึงความกังวลว่าจะถูกวิจารณ์ย้อนกลับเรื่องการใช้คำว่าระบอบสีน้ำเงิน ทั้งที่พรรคประชาชนเคยโหวตสนับสนุนจนสร้างระบอบนี้ขึ้นมา นายณัฐพงษ์ชี้แจงว่า สิ่งสำคัญคือการทำหน้าที่แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ส่วนผลโหวตที่ผ่านมายอมรับข้อวิจารณ์ แต่ปัญหาใหญ่กว่าคือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นายณัฐพงษ์เชื่อว่าตราบใดที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ประเทศยังอยู่ในระบบที่เอื้อให้พรรคการเมืองทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เพื่อเข้ามาครอบครององค์กรตรวจสอบถ่วงดุล สิ่งที่เป็นกุญแจสร้างทางออกคือการแก้ปัญหาทุจริตเลือก สว. หากช่วยกันผลักดันให้เอาผิดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วุฒิสภา และนักการเมืองที่เกี่ยวข้องได้ ก็จะสามารถเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญและได้องค์กรอิสระที่ยึดโยงกับประชาชนมากขึ้น

สำหรับกรณีที่ดินเขากระโดงซึ่งมีข้อสังเกตว่าพรรคประชาชนอาจไม่กล้าอภิปรายเพราะพาดพิงถึงผู้นำจิตวิญญาณของพรรคนั้น นายณัฐพงษ์ยืนยันว่าพรรคพร้อมทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา แต่ขณะนี้ยังเป็นประเด็นที่จับตามองอยู่ ขอให้รอดูในวันอภิปรายจริง เนื่องจากการให้ข้อมูลหรือลงลึกในรายละเอียดตอนนี้จะกลายเป็นการให้การบ้านรัฐบาลล่วงหน้า