กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย,- นพ.สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.), นางสาวขวัญจิต เคียงตระกูล ผู้อำนวยการกองส่งเสริม และสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน (ผอ.กสพ.) นางวริษา ดวงจินดา หัวหน้ากลุ่มงานประชาสัมพันธ์ ร่วมงานเสวนา ECONOMIC FORUM 2026 ณ โรงแรม Imperial Lexis จัดโดย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ การเสวนาครั้งนี้กล่าวถึงอุตสาหกรรมฮาลาล ยังคงเป็นภาคส่วนเชิงยุทธศาสตร์ของความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย–มาเลเซีย โดยไทยมีบทบาทเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบที่มีความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ รวมถึงอาหารฮาลาลนวัตกรรมใหม่ ขณะที่มาเลเซียมีระบบการรับรองฮาลาลที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกและสามารถเข้าถึงตลาดทั่วโลกได้
การเสวนาครั้งนี้ยังได้หารือในการกำหนดยุทธศาสตร์สำคัญในการขยายความร่วมมือด้านฮาลาลระหว่างไทย–มาเลเซีย ให้ก้าวข้ามจากภาคอาหารแบบดั้งเดิม ไปสู่อุตสาหกรรมฮาลาลที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ครอบคลุมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย แฟชั่นและสิ่งทอ การแพทย์และสุขภาพ การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม สื่อและนันทนาการ ตลอดจนการค้าเกษตรและปศุสัตว์ โดยการบูรณาการห่วงโซ่คุณค่าฮาลาลของทั้งสองประเทศ ยกระดับไทยและมาเลเซีย สู่ศูนย์กลางฮาลาล (Halal Hub) ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยประเด็นสำคัญในครั้งนี้ เรื่องที่ถูกหยิบยกบนเวทีคือ อุตสาหกรรมยางพารา ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย–มาเลเซีย โดยไทยมีบทบาทสำคัญระดับโลกในฐานะแหล่งผลิตน้ำยางเหลว ขณะที่มาเลเซีย มุ่งเป้าด้านการพัฒนาและศักยภาพการผลิตในภาคอุตสาหกรรมยางพาราปลายน้ำ นอกจากนี้ประเด็นหารือ ครอบคลุมการสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานในระยะยาว การใช้ประโยชน์สูงสุดจากระเบียงเศรษฐกิจชายแดน เช่น Rubber Cities การยกระดับความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาเทคนิคเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และการสร้างความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก ควบคู่กับการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับรากหญ้าที่เกี่ยวข้อง
โดยก่อนเริ่มการเสวนา มีพิธีการกล่าวต้อนรับ โดยนางสาวลดา ภู่มาศ เอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมี YBHG. Datuk Seri Nor Azmie Diron เลขาธิการกระทรวงเศรษฐกิจมาเลเซีย ให้เกียรติกล่าวเปิดงาน ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ผู้แทนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแห่งประเทศไทย /รองประธานหอการค้าไทย / นักวิจัยและอาจารย์ Halal Institute มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, กระทรวงการท่องเที่ยวศิลปะและวัฒนธรรมมาเลเซีย, กระทรวงการลงทุนการค้าและอุตสาหกรรมมาเลเซีย, หัวหน้าศูนย์การมีส่วนร่วมกับชุมชนและความเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม และ มหาวิทยาลัยอิสลามนานาชาติมาเลเซีย
ทั้งนี้ ศอ.บต. ได้เชิญผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) ของไทย ที่มีศักยภาพพร้อมส่งออกสินค้ายังต่างประเทศเข้าร่วม ด้วยจำนวน 10 ราย ประกอบด้วย บริษัท เอ วาย ซี กรุ๊ป จํากัด, บริษัท เอ็มอาร์ ทรีโปรวินส์ คลีนเอ็นเนอร์ยี่ จํากัด, บริษัท พราวด์แอโกรไรซ์มิลล์, และบริษัท เอ็น ดี เอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท ปาปิโลเรียไทยแลนด์ จำกัด, บริษัท ฮาลาลเทค จำกัด, ผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมในครั้งนี้จึงครอบคลุมทั้งกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับยางพารา สอดคล้องกับแนวทางการเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าระหว่างไทยและมาเลเซีย โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมฮาลาล เกษตรแปรรูป และยางพารา ซึ่งมีศักยภาพในการต่อยอดสู่ตลาดมาเลเซียและตลาดต่างประเทศ

