“กรณ์” ยืนยันดีเซลเป็นเส้นเลือดใหญ่เศรษฐกิจ ชวนรัฐบาลมองให้รอบด้านเข้าใจโครงสร้างทั้งระบบ

วันที่ 21 ก.ย.69 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์แจง ต่อกรณีที่รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีออกมาปัดข้อเสนอโยกงบ “ไทยช่วยไทย พลัส” อุดหนุนน้ำมัน ที่เกรงว่าจะช่วยเหลือไม่ครบทุกกลุ่มว่า แนวคิดดังกล่าวอาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงของโครงสร้างเศรษฐกิจไทย เพราะแท้จริงแล้วดีเซลไม่ใช่น้ำมันของคนขับรถเก๋ง แต่เป็นน้ำมันของระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ รถบรรทุกที่ขนผักขนหมูเข้าตลาด รถเมล์ รถสองแถว รถตู้ เรือประมง รถไถ รถเกี่ยวข้าว ล้วนใช้ดีเซลทั้งสิ้นคนที่ไม่มีรถสักคันก็จ่ายค่าดีเซลอยู่ทุกวัน ผ่านราคาข้าวแกง ค่าโดยสาร และค่าส่งของในทางกลับกัน ไทยช่วยไทยช่วยเฉพาะคนที่อยู่ในโครงการ และช่วยเฉพาะช่วงที่ยังมีเงินแจก ร้านค้าและผู้ประกอบการไม่ได้มีต้นทุนลดลงเลย พอเงินหมด ของก็ยังแพงเท่าเดิม ซึ่งไม่ใช่ตนคนเดียวที่คิดแบบนี้

เกาหลีใต้ลดภาษีดีเซลลง 25% ซึ่งมากกว่าเบนซินที่ลด 15% และเพิ่งต่ออายุไปถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน รัฐมนตรีคลังเกาหลีให้เหตุผลว่า ดีเซลคือเชื้อเพลิงที่จำเป็นที่สุดต่ออุตสาหกรรม ระบบขนส่ง และปากท้องประชาชน

เยอรมนีลดภาษีน้ำมันลงลิตรละราว 17 เซ็นต์ยูโรในช่วงพฤษภาคมถึงมิถุนายน และเพิ่งตกลงลดอีกรอบเมื่อสัปดาห์ที่แล้วทั้งสองประเทศก็มีมาตรการเจาะจงช่วยกลุ่มเปราะบางควบคู่ไป (คล้ายบัตรสวัสดิการผู้ยากไร้ของเรา) ซึ่งตนเห็นด้วย แต่รัฐบาลเขายอมเฉือนเนื้องบประมาณตัวเองเพื่อการลดต้นทุนพลังงานซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาเพราะการลดภาษีน้ำมันคือการลดต้นทุนให้ทั้งระบบ ไม่ใช่แค่เติมเงินให้บางกลุ่มช่วยทุกคน ไม่เพิ่มหนี้ และแก้ที่ต้นเหตุ