งานมหกรรมจีน–อาเซียน หรือ China-ASEAN Expo ครั้งที่ 23 กำลังจัดขึ้นที่นครหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน โดยปีนี้มีไฮไลต์สำคัญ คือการเปิดพื้นที่ AI Consumer Mega-Market หรือ “ตลาดสินค้า AI ขนาดใหญ่” เป็นครั้งแรก ภายในรวบรวมผลิตภัณฑ์ปัญญาประดิษฐ์สำหรับผู้บริโภคมากกว่า 500 รายการ

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด “Export to China” ที่เน้นประเทศไทยเป็นธีมสำคัญเป็นครั้งแรก เพื่อเปิดโอกาสให้สินค้าและผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดผู้บริโภคจีนมากขึ้น
ภายในงานคุณ Xu Hua ( สูว หัว ) ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าว CGTN และคุณมณีนาถ อ่อนพรรณา ผู้สื่อข่าวจากไทย ไปทดลองเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะการใช้งาน AI ที่นอกจากสินค้าขึ้นชื่อจากอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน กาแฟ หรือผลิตภัณฑ์จากไม้แล้ว ผู้เข้าชมยังสามารถสัมผัสกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทั้งแว่นตา AI สมาร์ตวอตช์ หุ่นยนต์ภายในบ้าน ตลอดจนผลิตภัณฑ์อัจฉริยะอีกหลากหลายประเภท
ตลาด AI แห่งนี้รวบรวมบริษัทเทคโนโลยีประมาณ 60 แห่ง ซึ่งได้รับการคัดเลือกเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและโซลูชันที่สามารถนำไปต่อยอดความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียน

มีผลิตภัณฑ์ AI มากกว่า 500 รายการนำมาจัดแสดง โดยผู้เข้าชมสามารถทดลองใช้งานจริง รวมถึงสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ได้ภายในงานทันที ทำให้พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงตลาดซื้อขายสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ทดลองเทคโนโลยีใหม่ และเป็นเวทีสำหรับสร้างความร่วมมือด้านนวัตกรรมระหว่างจีนกับประเทศอาเซียน
หวง เซียนชาง ผู้อำนวยการฝ่ายขาย สาขากว่างซี บริษัท LimX Dynamics ระบุว่า ด้วยทำเลของกว่างซีที่อยู่ใกล้กับประเทศอาเซียน จึงมีศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกัน โดยเฉพาะการนำหุ่นยนต์และระบบ AI ไปประยุกต์ใช้ในภาคการเกษตร เช่น การเก็บเกี่ยวผลผลิต รวมถึงงานด้านโลจิสติกส์และภาคอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานจริงในแต่ละประเทศ
สำหรับประเทศไทย ปีนี้มีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงานจำนวน 100 บริษัท พร้อมนำสินค้าและผลิตภัณฑ์เข้ามานำเสนอแก่ผู้บริโภคชาวจีน สะท้อนความพยายามในการขยายโอกาสของสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดจีนที่มีขนาดใหญ่
ในปี 2569 จีนและไทยยังครบรอบ 51 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ขณะที่ความร่วมมือระหว่างจีนกับอาเซียนก็เข้าสู่ปีที่ 5 ของการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์แบบรอบด้าน

ร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ของไทย ให้สัมภาษณ์ สื่อ CGTN ว่า ปี 2569 ถือเป็นปีที่มีความสำคัญ โดยตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนและไทยได้ร่วมกันผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนอย่างต่อเนื่อง จนเกิดความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในหลากหลายด้าน
มณีนาถ อ่อนพรรณา ผู้สื่อข่าวจากไทย บอกว่า ขณะเดียวกัน เทคโนโลยี AI กำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นในประเทศไทย และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในหลายภาคส่วน
ในภาคการเกษตร AI สามารถช่วยเกษตรกรตรวจสอบสภาพพืชผล วิเคราะห์ข้อมูลการเพาะปลูก และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
ส่วนภาคการท่องเที่ยว สามารถนำ AI มาช่วยด้านการแปลภาษาและการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน รวมถึงพัฒนาระบบบริการท่องเที่ยวอัจฉริยะ หรือ Smart Travel Services
ขณะที่ภาคธุรกิจ การค้า และอุตสาหกรรม สามารถนำ AI มาใช้ปรับปรุงสินค้า กระบวนการผลิต การขนส่ง และการบริหารจัดการ เพื่อให้การดำเนินงานรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Xu Hua จาก CGTN ระบุว่า การเปิด AI Mega-Market จึงสะท้อนให้เห็นว่า เทคโนโลยีของจีนไม่ได้ถูกพัฒนาเพื่อใช้งานเฉพาะภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังสามารถต่อยอดไปสู่ความร่วมมือกับประเทศอาเซียน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การเกษตร การท่องเที่ยว และการพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกัน
การพัฒนาเทคโนโลยีอาจกลายเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญ ที่ช่วยเชื่อมโยงนวัตกรรมของจีนเข้ากับตลาดและความต้องการของประเทศอาเซียน พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจและการเติบโตร่วมกันในอนาคต
ภาพ-ข่าว มณีนาถ อ่อนพรรณา นครหนานนหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน

