อนุทิน ยัน ไม่จำเป็นต้องดินเนอร์พรรคร่วมก่อนศึกซักฟอก เหตุคุยกันตลอดอยู่แล้ว 

วันที่ 18 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับรัฐมนตรี ถึงการทำงานหลังผ่านมา 6 เดือนแล้ว จะต้องปรับตรงไหนบ้าง ว่า คุยอยู่ตลอด ทุกสัปดาห์ ส่วนจะมีการพูดคุยอย่างเป็นทางการหรือไม่นั้น ส่วนตัวตนเองคุยกับรัฐมนตรีทุกสัปดาห์อยู่แล้ว 

ส่วนใน 6 เดือนนี้ มีรัฐมนตรีคนไหนสะท้อนว่าอยากปรับอะไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราก็แจ้งทุกท่าน ว่าขอให้ทุกท่านได้ทำงานอย่างเต็มที่ และงานจะต้องจับต้องได้ เป็นรูปธรรมเป็นประโยชน์

สำหรับการกินข้าวกับคณะรัฐมนตรีนั้น กำลังจะนัดพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งก่อนหน้า ตนเองมีภารกิจด่วนเข้ามา ทำให้ตนเองต้องเดินทางไปต่างประเทศ โดยเมื่อวันนี้ได้พูดคุยกับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  และจะมีนัดทานข้าวกัน ซึ่งยังไม่ได้กำหนดวัน ย้ำว่า เรื่องกินข้าวไม่ได้สำคัญอะไร ถ้ามีเวลาก็กิน ถ้าไม่มีเวลา ก็หารือกันอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว โทรศัพท์คุยกันตลอดอยู่แล้ว ตนเองไม่จำเป็นต้องไปคุยกับรัฐมนตรีทุกคน อย่างพรรคร่วม ตนเองก็มีช่องทางติดต่อของทั้งนายจุลพันธ์ และศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และคนที่ตนเองมีความคุ้นเคย เคารพ คือนายสุริยะ ก็พอแล้วสำหรับการหารือในพรรคร่วมรัฐบาล และไม่เคยมีปัญหาอะไร

ส่วนต้องเตรียมพร้อมก่อนฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเองตอบไม่ถูก เราต้องพร้อมตอบในทุกเรื่อง ถ้าทำแล้วไม่ได้ออกมาจากเจตนารมณ์ที่ไม่สุจริต ทุกการกระทำของรัฐบาล ทุกการตัดสินใจ ทุกการดำเนินการ ตั้งแต่มาเป็นรัฐบาล ก็ทำอยู่บนพื้นฐานบนประโยชน์ของประเทศ และประชาชน เจตนารมณ์ที่สุจริต ไม่มีตรงไหนที่สามารถบ่งชี้ว่าไปเอื้อประโยชน์ให้กับใครคนใดคนหนึ่ง ตนเองก็ทำงานแบบนี้มาตั้งแต่สมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แต่ก็โดนทุกรอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขก็โดน และได้ได้รับคะแนนเสียงไว้วางใจมากที่สุดแทบทุกครั้ง ตนเองต้องมีความพร้อมในการชี้แจง ถ้าถูกกล่าวหา หรือมีการอภิปราย ตั้งคำถาม ก็ต้องตอบ

ส่วนมั่นใจหรือไม่ ว่าถ้าโดนอภิปรายอีกรอบก็รอด นายอนุทิน กล่าวว่า จะไม่มั่นใจก็ต่อเมื่อตัวเองตั้งใจทำอะไรผิด และนึกว่าไปทำให้คนจับไม่ได้ ถ้าแบบนั้นจะกังวล แต่ตอนนี้ไม่กังวล เพราะตนเองไม่มีวันที่จะทำอะไรที่ผิดกฎหมาย และเป็นประโยชน์กับประเทศกับประชาชน ตนมีหลักแค่สองสามอย่างและก็ทำงานของตน เมื่อสักครู่คุยกับปลัดที่เกษียณราชการ ทุกคนก็ชื่นชมในการทำงาน ในการมอบนโยบายให้ฝ่ายราชการไปปฏิบัติ และท่านเหล่านั้น เหลือเวลาสองสัปดาห์ก็เกษียณแล้ว ไม่จำเป็นต้องพูดเอาใจ เพื่อให้เราเกิดความรู้สึกที่เป็นบวกมาก ๆกับท่าน เพราะท่านไม่ได้คาดหวังอะไร จึงถือว่าคนเหล่านี้ เป็นบุคคลที่มีเกียรติ มีตำแหน่งหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเป็นอันมาก หากเขาให้คำชื่นชมมาว่า รัฐบาลให้สนับสนุนภารกิจของทุกหน่วยงานเป็นอย่างดี ตนก็ยิ่งมั่นใจว่า รัฐบาลชุดนี้ทำคุณประโยชน์ ผ่านข้าราชการประจำให้ดำเนินการต่างๆ ได้