นายกฯ ลั่น ‘รัฐบาลทำเพื่อประเทศชาติ ไม่มีอะไรต้องกังวล’ 

วันที่ 12 กันยายน 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ถูกฝ่ายตรงข้ามโจมตีว่า ตัวเขาอยู่ข้างประชาชนและเชื่อว่าสิ่งที่ทำเกิดประโยชน์ จึงไม่มีเหตุให้ต้องวิตกกังวลเพราะทำเพื่อประชาชนและประเทศชาติ นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือที่ดีจากในและต่างประเทศ โดยยกตัวอย่างการเดินทางเยือนประเทศนอร์เวย์และพบผู้นำระดับสูงหลายประเทศ ซึ่งล้วนสอบถามและต้องการให้กระทรวงการต่างประเทศเชิญมาเยือนประเทศไทย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อประเทศ

นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ท่ามกลางสถานการณ์โลกในปัจจุบัน หลายประเทศต้องการความมั่นคงทางอาหารและต้องการทำ MOU กับประเทศไทย แม้ประเทศเหล่านั้นจะมีเหล็ก น้ำมัน หรือแร่ธาตุ แต่สิ่งที่ไม่สามารถสู้ประเทศไทยได้คือความอุดมสมบูรณ์ในการผลิตอาหาร การแปรรูปที่คงคุณค่า รวมถึงต้นทุนการผลิต

ส่วนการเคลื่อนไหวของนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่นำมวลชนออกมาขับไล่กลุ่มทุนจีนสีเทาและชาวอิสราเอลที่กระทำผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยประกาศว่าไม่ได้มาขับไล่รัฐบาล แต่อาจทำให้รัฐบาลอยู่ไม่เป็นสุขนั้น นายกรัฐมนตรีตั้งคำถามกลับสื่อมวลชนว่า ทำไมถึงบอกว่าจะทำให้รัฐบาลอยู่ไม่เป็นสุข

นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลไม่มีวันมีความสุขเพราะต้องดูแลประชาชน แต่รัฐบาลต้องสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ การพูดเช่นนั้นอาจหมายความว่าไม่อยากให้รัฐบาลทำงานได้ ซึ่งหากรัฐบาลทำงานไม่ได้ ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนคือประชาชน

“เพราะฉะนั้นคุณสนธิ จะทำให้คนไทยเดือดร้อนหรือ ไม่มีความสุขหรือ ทำไปเพื่ออะไร ทำไปแล้วสะใจกับนายอนุทินเท่านั้นหรือ ผมไม่มีคุณค่าพอที่จะเอาตัวไปแลกกับความสุขของประชาชนทั้งประเทศ เพราะรัฐบาลชุดนี้ตั้งใจทำงานให้กับประชาชนทุกวันทุกวินาทีอยู่แล้วและพิสูจน์ให้เห็น เชื่อว่าจากการสัมผัสกับประชาชนอย่างใกล้ชิดในทุกพื้นที่ ประชาชนยังให้โอกาสและเชื่อมั่นในการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดนี้” นายกรัฐมนตรี กล่าว

เมื่อถามว่าต้องการสื่อสารไปยังกลุ่มต่างๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวขณะนี้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า พร้อมรับฟังทุกฝ่าย แต่การดำเนินการใดๆ ขอให้คำนึงถึงความสงบสุขของบ้านเมือง สังคม และประชาชน รวมถึงต้องยึดถือกฎหมายเป็นหลัก การสื่อสารมายังรัฐบาลมีช่องทางมากมาย ยืนยันว่าการทำงานคือการรับฟังประชาชนทุกคนไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือเห็นต่าง หากมีเหตุผลและเป็นประโยชน์ก็พร้อมดำเนินการให้ โดยไม่มีทิฐิว่ามาจากฝ่ายที่ไม่ได้เลือกตนเอง

ส่วนโอกาสที่รัฐบาลจะเปิดรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าไม่จำเป็น เนื่องจากมีหน่วยงานที่รับฟังประชาชนตลอดเวลา รวมถึง สส. พรรคภูมิใจไทยและตนเองที่ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนอย่างต่อเนื่องในช่วงสุดสัปดาห์