นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายออกไป 90 วัน หลังจากมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ว่า ตนทราบเรื่องนี้มาล่วงหน้า 2 สัปดาห์แล้ว เพราะมีคนมากระซิบบอกว่า เขาอยากจะเลื่อนเลือกตั้งด้วยวิธีนี้ ตนจึงบอกคนที่มากระซิบข่าวนี้ว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะตามรัฐธรรมนูญบังคับใช้ให้มีผลใน 150 วัน แต่พอมาเปิดรัฐธรรมนูญดูก็พบว่า มีการระบุว่าให้นับจากวันบังคับใช้ ไม่ได้นับจากวันประกาศราชกิจจานุเบกษา ตนจึงเชื่อคนที่มากระซิบบอกข่าวว่า เรื่องนี้คงจะจริง แต่ตนไม่กล้าจะพูดอะไรก่อน เพียงแต่เข้าใจว่าฝ่ายที่อยากเลื่อนการเลือกตั้งออกไปคงจะหาช่องทาง แล้วเขาก็พบช่องทางนี้

“ถ้ามีคนถามว่า ผมรู้ล่วงหน้ามา 2 สัปดาห์แล้วทำไมถึงไม่พูด ก็เพราะว่าไม่มีใครมาถาม ซึ่งผมจะไปพูดก่อนก็ไม่ได้ เดี๋ยวจะเป็นการกล่าวหาการทำงานของเขาทั้งที่ยังไม่มีมูล แต่ผมยืนยันว่ามีพยานที่ฟังอยู่ด้วย และก็ไม่ทราบว่าคณะกรรมาธิการฯรู้มานานแค่ไหนว่ามีช่องทางนี้เพื่อเลื่อนเลือกตั้งได้ เพราะที่ผ่านมาหากมีการพูดถึงการเลื่อนเลือกตั้งก็จะมองในแง่คว่ำกฎหมาย ไม่เคยมีใครพูดถึงช่องทางนี้ แต่พอมีคนมากระซิบข่าวบอกผม แล้วผมมาดูรัฐธรรมนูญก็พบว่า มีช่องทางนี้อยู่จริงๆเมื่อพิจารณาแล้วจะพบว่าขั้นตอนนี้ไม่น่าจะเป็นขั้นตอนตามปกติในการพิจารณากฎหมาย ซึ่งพอมีข่าวเรื่องนี้มาก็มีคนออกมาปฏิเสธ แต่สุดท้ายก็เป็นไปตามข่าวที่ออกมา จึงมีขั้นตอนที่ผิดปกติไม่เป็นธรรมชาติอยู่หลายอย่าง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ส่วนเหตุผลที่คณะกรรมาธิการฯ ให้มาจะเห็นได้ว่า ไม่เกี่ยวกับพ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. แต่จะเกี่ยวข้องกับ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ในเรื่องของการไม่ปลดล็อคมากกว่าที่จะมาอ้างเรื่องการทำไพรมารี่โหวตทันหรือไม่ทัน ซึ่งความจริงถ้าห่วงพรรคการเมืองว่าจะทำไม่ทันจริงๆ ก็รีบปลดล็อคตั้งแต่ตอนนี้ ปัญหาขณะนี้ก็เพราะว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตัดสินใจยังไม่ปลดล็อค ดังนั้นทั้งหมดจึงไม่เกี่ยวกับ พ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. หรือ พ.ร.ป. พรรคการเมือง แต่มันพัวพันอยู่กับการไม่ปลดล็อค ทั้งหมดเป็นเรื่องการตัดสินใจของ คสช.ถึงแม้ว่าจะเป็นหน้าที่ของ สนช. แต่สำหรับ คสช.หาก อยากให้เป็นอย่างไรก็สามารถแก้ไขและทำได้

เมื่อถามว่า ใครจะได้ประโยชน์จากการยืดเวลาออกไปอย่างน้อย 90 วัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนมองว่าเสียงร้องว่ามีปัญหามาจากผู้ที่จะตั้งพรรคการเมืองใหม่ ส่วนตัวคสช. และ สนช.ก็อยู่นานขึ้นซึ่งเป็นไปโดยอัตโนมัติ ซึ่งการอยู่นานขึ้นจะดีขึ้นหรือเลวลงนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการบริหารงาน ทั้งนี้มีการมองว่าขณะนี้มีฝ่ายที่อาจจะทำให้การเมืองยังไม่สงบ คสช.จึงไม่ยอมปลดล็อค แต่คสช.ก็ไม่เคยพูดออกมาให้ชัดว่าเป็นคนกลุ่มไหนอย่างไร ซึ่งเท่าที่ตนมองนั้น ไม่เห็นว่าการยืดเวลาออกไปจะเกิดประโยชน์หรือแก้ปัญหานี้ได้เลย ในทางตรงข้ามการเลื่อนออกไปแบบไม่มีความชัดเจนกลับกลายเป็นว่าจะเป็นการสร้างเงื่อนไขให้มีความขัดแย้งวุ่นวาย เพราะถ้าการเลื่อนเลือกตั้งครั้งนี้นำไปสู่ผลประโยชน์ส่วนตัวทางการเมือง จะอันตรายมาก เพราะเรื่องนี้เป็นสิ่งที่เราพยายามจะขจัดออกไปโดยการปฏิรูป ดังนั้น ถ้าไม่มีการให้ชี้แจงเหตุผลที่ชัดเจนว่า การเลื่อนเลือกตั้งจะมีผลประโยชน์กับส่วนรวมอย่างไรบ้าง ก็จะมีคำถามจากสังคมอีกเป็นร้อยคำถาม

“ถ้ารัฐบาล หรือ คสช. มีเหตุผล ในการที่จะเลื่อน หรือกำหนดวันเลือกตั้งให้มันช้าออกไป ผมอยากให้ตรงไปตรงมา กล้าๆ หน่อย พูดไปเลยว่า ต้องทำอย่างนี้เพราะอะไร แล้วให้มันโปร่งใส โดยเฉพาะถ้าเหตุผลมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับส่วนรวม” นายอภิสิทธิ์กล่าว