กรุงเทพฯ, 7 ก.ย.69 – นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีพบกองวัสดุต้องสงสัยในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 2 จุด ได้แก่ จุดแรกในพื้นที่ตำบลบ้านทาม อำเภอศรีมหาโพธิ พบเศษวัสดุยางรถยนต์ เศษยางสายพาน และเศษยางจากโรงงานถูกนำมากองไว้ในพื้นที่ และจุดที่ 2 บริเวณรอยต่อตำบลลาดตะเคียนและตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอกบินทร์บุรี พบกองวัสดุไม่ทราบชนิดผสมกับมูลไก่กองขนาดใหญ่ ภายในพื้นที่ไร่อ้อยกว่า 1,000 ไร่ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน

นายสุชาติ กล่าวว่า วันนี้ได้มอบหมายให้พลตำรวจโท อิทธิพร โพธิ์ทอง ที่ปรึกษาของ รมว.ทส. ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างรอบด้าน พร้อมกำชับ คพ. ให้ติดตามผลการตรวจวิเคราะห์อย่างใกล้ชิด และเร่งสาวถึงแหล่งที่มาของกองวัสดุต้องสงสัยว่าเป็นของเสียจากแหล่งใด และใครเป็นผู้เกี่ยวข้อง
สำหรับจุดแรก พื้นที่ตำบลบ้านทาม พบเศษวัสดุยางรถยนต์ เศษยางสายพาน และเศษยางบดย่อยถูกนำมากองไว้ในพื้นที่ โดยมีการเก็บตัวอย่างวัสดุไปตรวจวิเคราะห์แล้ว และมีการแจ้งความเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ขณะที่ คพ. ได้รับมอบหมายให้ติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ส่วนจุดที่ 2 บริเวณรอยต่อตำบลลาดตะเคียนและตำบลเขาไม้แก้ว พบกองวัสดุประเภทเปลือกสายไฟบดย่อยผสมกับมูลไก่ ถูกนำมากองไว้ภายในพื้นที่ไร่อ้อยขนาดใหญ่กว่า 1,000 ไร่ จึงได้เก็บตัวอย่างกากของเสียจำนวน 3 ตัวอย่าง เพื่อตรวจวิเคราะห์องค์ประกอบของโลหะหนักด้วยเครื่อง XRF เบื้องต้นพบโลหะหลายชนิด ได้แก่ แคดเมียม ตะกั่ว สารหนู ทองแดง นิกเกิล และสังกะสี ซึ่งมีองค์ประกอบเข้าข่ายวัตถุอันตรายตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ขณะที่การตรวจวัดน้ำที่ไหลชะกองวัสดุพบค่าความเป็นด่างเล็กน้อย อยู่ที่ประมาณ pH 8-9

จากการตรวจสอบพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้กำชับผู้ครอบครองพื้นที่ให้เร่งจัดทำคันกั้นบริเวณกองของเสียและใช้วัสดุปิดคลุมอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันน้ำฝนชะล้างกากของเสียและสารปนเปื้อนแพร่กระจายออกสู่พื้นที่โดยรอบ รวมทั้งลดความเสี่ยงต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
ด้านนายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า “นายสุชาติได้กำชับให้ คพ. ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดและสาวให้ถึงต้นตอ เพราะหากเป็นการนำกากของเสียหรือกากอุตสาหกรรมมาลักลอบทิ้ง ย่อมมีความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของประชาชน หากผลตรวจพิสูจน์ยืนยันว่ามีการก่อมลพิษหรือกระทำผิดจริง จะต้องเร่งแก้ไข พร้อมบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด”
ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษจะดำเนินการกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรกบินทร์บุรี ในวันที่ 8 กันยายน 2569 เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบทิ้งกากของเสียและวัตถุอันตรายตามกฎหมายต่อไป




