วันที่ 7 กันยายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โพสต์ข้อความเปิดเผยว่า อุตสาหกรรมอวกาศ คือหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่เรามีศักยภาพ และเป็น Growth Engine ใหม่ของไทย!

เรื่องนี้ก้าวข้ามมิติทางเศรษฐกิจไปสู่ความมั่นคงระดับ National Sovereignty วันนี้ดาวเทียมคือ Critical Infrastructure ไม่ต่างจากโครงข่ายไฟฟ้าหรือโทรคมนาคม ข้อมูลจากอวกาศคือหัวใจในการจัดการภัยพิบัติ บริหารทรัพยากร การเกษตร และความมั่นคง หากเราพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติทั้งหมด ย่อมสูญเสียอำนาจการตัดสินใจในภาวะวิกฤต การสร้างขีดความสามารถในการผลิตดาวเทียมเองจึงเป็นการลงทุนเพื่อผลประโยชน์แห่งชาติ ที่ผลตอบแทนจะไหลกลับมายกระดับขีดความสามารถของประเทศในทุกมิติครับ
ในอนาคตอันใกล้ ภูมิภาคของเราจะมีความต้องการดาวเทียมอีกมหาศาล ทั้งดาวเทียมสำรวจโลก ดาวเทียมสื่อสาร ไปจนถึงกลุ่มดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO Constellations) ซึ่งเป็นทิศทางหลักของโลก
คำถามสำหรับไทยคือ เราจะยอมเป็นเพียง “ผู้ซื้อ” ต่อไป หรือถึงเวลาแล้วที่จะยกระดับตัวเองสู่การเป็น “ผู้พัฒนาและผลิต” อย่างเต็มรูปแบบ

ล่าสุด ผมและท่าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ประธานบอร์ด GISTDA ได้มีโอกาสหารือเชิงลึกกับบริษัท Orbitworks ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็น Case Study ที่น่าสนใจมาก โมเดลนี้เกิดจากการร่วมทุนระหว่าง Marlan Space ของ UAE กับ Loft Orbital จากสหรัฐฯ แม้เพิ่งก่อตั้งในปี 2024 แต่ปัจจุบันสามารถจัดตั้งโรงงานผลิตและประกอบดาวเทียมเชิงพาณิชย์แห่งแรกในตะวันออกกลาง ณ เขตเศรษฐกิจ KEZAD ได้สำเร็จ ด้วยกำลังการผลิต 50 ดวงต่อปี รองรับพิกัดน้ำหนักถึง 500 กิโลกรัม และภายในปีนี้กำลังจะปล่อยดาวเทียมดวงแรกในกลุ่ม Altair ซึ่งบูรณาการ AI เข้ากับระบบสำรวจโลก จำนวน 10 ดวงขึ้นสู่วงโคจร
การก้าวกระโดดจากศูนย์สู่ดาวเทียมดวงแรกในเวลาเพียง 2 ปี เป็นบทพิสูจน์ว่าหากมี Roadmap ที่ชัดเจนและมุ่งมั่น การสร้างอุตสาหกรรมนี้ย่อมเป็นไปได้ ผมได้วิเคราะห์ถึง Key Success Factors ร่วมกับทางบริษัท พบว่าหัวใจสำคัญคือ โมเดลการดึงพาร์ทเนอร์ระดับโลกมาร่วมทุนเพื่อเกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี เริ่มจากการออกแบบ ประกอบ และทดสอบ ในประเทศ ก่อนขยายสู่การผลิตชิ้นส่วน มีการพัฒนาบุคลากรควบคู่กับการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน
รวมถึงกลไกที่รัฐทำหน้าที่เป็น First Adopter เพื่อสร้างอุปสงค์ตั้งต้นให้อุตสาหกรรมยืนหยัดได้ ที่สำคัญคือการหารือถึงแนวทางความร่วมมือเพื่อเร่งรัดให้ไทยก้าวตามเส้นทางนี้ได้เร็วที่สุด

ประเทศไทยมีต้นทุนที่ดี GISTDA มีองค์ความรู้เชิงประจักษ์จากโครงการ THEOS-2 ที่วิศวกรไทยได้ลงมือออกแบบและพัฒนาดาวเทียมด้วยตนเอง เรามี Supply Chain ด้านอิเล็กทรอนิกส์ที่เข้มแข็ง รวมถึงสถาบันอุดมศึกษาที่พร้อมผลิตวิศวกรอวกาศ โจทย์ท้าทายในขณะนี้คือการบูรณาการ Ecosystem เหล่านี้เข้าด้วยกัน ผ่านพาร์ทเนอร์เชิงยุทธศาสตร์และเป้าหมายที่ชัดเจน
เราต้องเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียง “ผู้นำเข้า” สู่การเป็น “ผู้สร้างเทคโนโลยี” และต้องมากกว่าการตอบสนองความต้องการในประเทศ แต่ต้องก้าวไปถึงระดับส่งออก เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมอวกาศเป็น Growth Engine ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม




