ปปป.เดินหน้าขยายผลเครือข่าย ‘นายกเฮง‘ มั่นใจสามารถเอาผิดไปถึงผู้บริหารระดับสูงได้

13

วันที่ 28 สิงหาคม 2569 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก.เปิดเผยความคืบหน้าการสอบปากคำ นายประวิทย์ จารุรัชกุล อดีตผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย หรือนายกเฮง และ นางนวพร เจ้าหน้าที่ อบต.แห่งหนึ่งใน จ.ศรีสะเกษ ว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งนายเฮงยังให้การภาคเสธ แต่ก็ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี โดยข้อมูลบางส่วนเป็นประโยชน์ต่อการขยายผลเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้ต้องหาที่เคยถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ โดยพนักงานสอบสวนนัดหมายผู้ต้องหามาให้การเพิ่มเติมและนำหลักฐานมาชี้แจงอีกครั้งในวันที่ 8 กันยายนนี้ด้วย

สำหรับแนวทางการสอบสวนพบว่ารูปแบบขบวนการนี้มีการทำงานที่เป็นระบบโดยมีแผนประทุษกรรมคล้ายกัน มีพฤติการณ์เปิดรับโควตาผู้ที่อยากรับราชการส่งขึ้นไปเป็นเส้นสาย ซึ่งพบว่ามีลักษณะเช่นนี้กระจายอยู่หลายจังหวัด

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวถึงกรณีการให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน ว่า คดีนี้เกิดที่จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมีผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียน 1 ราย มูลค่าความเสียหาย 650,000 บาท ตามข้อกฎหมายหากไม่ให้ประกันตัว จะมีเวลาควบคุมตัวและทำสำนวนเพียง 48 วัน แต่หากปล่อยตัวชั่วคราว พนักงานสอบสวนจะมีเวลาทำงานถึง 6 เดือน ทำให้สามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้อย่างรัดกุมยิ่งขึ้น อีกทั้งในทางกฎหมาย ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษา ผู้ต้องหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ที่มีสิทธิ์ประกันตัวเพื่อไปต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมด้วย และจากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่ามีผู้เสียหายที่ไปแจ้งความตามโรงพักต่าง ๆ อีกกว่า 40 คน เมื่อรวมข้อมูลทั้งหมดคาดว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อมากกว่า 100 คน ในจำนวนนั้นมี 57 คน ที่จ่ายเงินและได้ตำแหน่ง ส่วนอีกกว่า 40 คน เป็นกลุ่มที่จ่ายเงินไปแล้วแต่ไม่ได้เงินคืน และไม่ได้ตำแหน่งด้วย ซึ่งผู้เสียหายกลุ่มนี้ให้การว่าได้นำเงินสดไปมอบให้นายกเฮงอีกด้วย

สำหรับขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจากเป็นคดีทุจริตเกี่ยวกับการรับราชการ สำนวนใหญ่จะอยู่ในอำนาจการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งปัจจุบัน ป.ป.ช. ได้แต่งตั้ง พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ บก.ปปป.และ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป.ร่วมเป็นคณะไต่สวนด้วย ทำให้การประสานข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งผู้เสียหายที่ต้องการความรวดเร็วสามารถเดินทางมาร้องเรียนกับตำรวจ บก.ปปป. หรือกองปราบฯ ได้ทันที ทางตำรวจจะทำคดีคู่ขนานควบคู่ไปกับ ป.ป.ช.อีกด้วย

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า การทำงานของ ป.ป.ช. จะสามารถสาวไปถึงตัวการใหญ่ได้ ตนเชื่อมั่นว่าคดีนี้จะสามารถขยายผลไปถึงผู้บริหารระดับกรมได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้พนักงานสอบสวนยังเตรียมขยายผลไปยังตัวละครใหม่ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับกลุ่มของ นายพิชิต ฯ หนึ่งในผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่นที่เคยถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเพราะเป็นข้อมูลทางการสืบสวน สำหรับกลุ่มบุคคลที่ใช้เส้นสายจนได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการไปแล้ว ขณะนี้มีความชัดเจนแล้วว่าใครเป็นใคร คดีอยู่ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการให้ลาออก หรือสั่งให้ออกจากราชการ และขอยืนยันอีกว่าคดีนี้ไม่มีแรงกดดันหรือการแทรกแซงจากทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ตำรวจดำเนินการไปตามพยานหลักฐานอย่างตรงไปตรงมาแน่นอน