“ผู้ว่าฯชัชชาติ” แสดงวิสัยทัศน์ใน National Education Forum 2026 เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมการศึกษา ยกระดับเด็กกรุงด้วยฐานสมรรถนะ 7 ด้าน

9

(28 ส.ค. 69) เวลา 10.15 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “ความหวังของการพัฒนาการศึกษาระดับเมือง” พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการด้านการศึกษา ในงาน Thailand Education Forum 2026 ณ อาคารภิรัช ฮอลล์ 1 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เขตบางนา

งานมหกรรมการศึกษาครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “The Future We Shape Together: การศึกษาไทยยังมีหวัง ด้วยพลังความร่วมมือ” เพื่อนำเสนอโซลูชันแก้วิกฤตเด็กหลุดออกจากระบบและยกระดับทุนมนุษย์ร่วมกับหน่วยงานหลักด้านการศึกษาและการพัฒนาสังคมระดับชาติ ได้แก่ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) สำนักงานบริหารพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (สบน.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิโรงเรียนวันเสาร์ (Saturday School Foundation) มุ่งเป็นพื้นที่กลางเชื่อมโยงผู้กำหนดนโยบายกับเครือข่ายปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อเปลี่ยนจากการวิพากษ์ปัญหาไปสู่การขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขที่ใช้ได้จริง

ท่ามกลางวิกฤตการศึกษาไทย ซึ่งพบว่ามีเด็กและเยาวชนหลุดออกจากระบบกว่า 1.02 ล้านคน สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงถึง 3.3 ล้านล้านบาทต่อปี (คิดเป็นร้อยละ 1.7 ของ GDP) ประกอบกับเยาวชนร้อยละ 64.7 มีทักษะการอ่านและการเขียนต่ำกว่าเกณฑ์พื้นฐาน จึงถือเป็นวาระเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันยกระดับคุณภาพการศึกษา

▫️เน้นวัดผล “7 สมรรถนะ” บูรณาการเรียนรู้ ไม่ยึดติดวิชาเดี่ยว

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้เปิดเผยถึงแนวทางการจัดการศึกษาของ กทม. ว่า ไม่ได้เป็นการยกเลิกหลักสูตรเดิมเพื่อทำใหม่ทั้งหมด แต่คือ “การปรับเป้าหมายการวัดผล” โดยเปลี่ยนมาวัดสิ่งที่เป็นสมรรถนะหรือคุณลักษณะที่ต้องการเห็นในตัวผู้เรียนมากกว่าการวัดผลแยกรายวิชา
โรงเรียนยังคงใช้หลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการควบคู่กับหลักสูตรในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา แต่ กทม. กำหนดเป้าหมายปลายทางให้ชัดเจนว่าต้องการให้เด็กเกิดสมรรถนะในด้านใด แล้วจึงปรับกระบวนการเรียนรู้ให้สอดรับ

“การจัดการศึกษาเปรียบเหมือนการเดินทางไปสู่จุดหมายเดียวกัน อาจมีหลายเส้นทางให้เลือกใช้ แต่เป้าหมายสำคัญคือการทำให้เด็กมีสมรรถนะที่ดีใน 7 ด้าน ซึ่งเกิดจากการบูรณาการความรู้จากวิชาต่างๆ ทั้งวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และวิชาอื่นๆ เข้าด้วยกัน ถึงแม้การประเมินคะแนนยังคงมีอยู่ แต่ 7 ด้านนี้จะเป็นหัวใจหลักของเป้าหมายที่เราอยากเห็นในตัวเด็ก” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ระบุ

▫️กระจายอำนาจตามบริบทพื้นที่ พร้อมสร้างความต่อเนื่องเชิงนโยบาย

สำหรับการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการแล้ว 58 โรงเรียน ซึ่งเริ่มปรับปรุงหลักสูตรและพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนจนเห็นผลสำเร็จในระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม การปรับกระบวนการเรียนรู้ยังมีรายละเอียดที่ซับซ้อน ต้องอาศัยความร่วมมือของบุคลากรภายในโรงเรียน และที่สำคัญคือ “ความต่อเนื่องในการดำเนินงาน” โดยเฉพาะเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารสถานศึกษา หรือกรณีเด็กย้ายโรงเรียนกลับเข้าสู่ระบบปกติ จึงต้องสร้างความเชื่อมโยงระหว่างรูปแบบนโยบายในพื้นที่นวัตกรรมกับระบบเดิมให้เป็นเนื้อเดียวกัน

นอกจากนี้ การพัฒนาหลักสูตรของ กทม. จะไม่ใช้วิธีบังคับให้ทุกเขตใช้รูปแบบเดียวกันทั้งหมด แต่จะพัฒนาเป็นกลุ่มตามบริบทของโรงเรียน เช่น การสร้างโรงเรียนต้นแบบด้านภาษาอังกฤษ แล้วนำผลสัมฤทธิ์ไปต่อยอดและประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับโรงเรียนอื่นๆ ในพื้นที่ เพื่อยกระดับคุณภาพและสมรรถนะของผู้เรียนทั่วกรุงเทพมหานครอย่างยั่งยืน