น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า สังคมไทยยังไม่เลิกพูดถึงนายทักษิณ ชินวัตร ทั้งๆ ที่ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย 13 ปีแล้ว ฝ่ายต้องการกำจัดทำสารพัดวิธีการทำลายแต่ไม่สำเร็จ จนมาถึงการสาวไส้พวกเดียวกัน เช่นที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย กำลังทำอยู่กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังอ้างถึงนายทักษิณ

น.ส.เกศปรียา กล่าวอีกว่า เมื่อทุกฝ่ายถวิลหานายทักษิณมากขนาดนี้ การแก้ปัญหาคือการจัดการรื้อฟื้นคดีที่เกิดขึ้นมาทำใหม่อย่างเป็นธรรม โปร่งใส และไม่อคติ ให้เป็นที่ยอมรับได้ทุกฝ่าย ชื่อนายทักษิณจะได้ไม่เป็นประเด็นให้ฝ่ายใดนำไปใช้ประโยชน์สร้างความขัดแย้ง เพื่อแบ่งแยกประชากรให้ง่ายต่อการปกครองในระบอบเผด็จการ ซึ่งไม่เป็นผลดีกับประเทศและประชาชนไทย ทำให้โอกาสของประเทศและศักยภาพในการแข่งขันลดลง

“ถ้าต้องการแก้ปัญหาความขัดแย้งของประเทศไทย ตนคิดว่าถึงเวลาที่ต้องมาพูดความจริงกัน ว่าสาเหตุที่ฝ่ายเกลียดและเกรงกลัวนายทักษิณ คืออะไร ความเจ็บช้ำน้ำใจที่แพ้เลือกตั้งเกิน 20 ปีใช่หรือไม่ กลัวประชาชนจะชื่นชอบผลงานนายทักษิณ หมดประเทศจนฝ่ายตนไม่มีที่ยืนในเวทีการเมืองใช่หรือเปล่า ถึงต้องร่วมขบวนการทำลายนายทักษิณ ซึ่งทำการยุบพรรคถึง 3 ครั้ง รัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ 2 ครั้ง ใส่ร้ายสร้างปีศาจนายทักษิณมา เกิน 13 ปี ทำลายขนาดนี้ทำไมฝ่ายกลัวแพ้ถึงไม่ชนะใจประชาชนอีก แต่แนวร่วมกลับลดขนาดลง” น.ส.เกศปรียา กล่าว

น.ส.เกศปรียา กล่าวอีกว่า สังคมไทยต้องฉุกคิดว่าข้อมูลที่รุมโจมตีนั้นมีข้อขัดแย้งเปรียบเทียบกับกรณีอื่นๆ ทำให้ข้อมูลที่โจมตีเป็นเท็จ ไร้มาตรฐานในสายตาประชาชนส่วนใหญ่ใช่หรือไม่ การที่ฝ่ายแพ้นายทักษิณชอบกล่าวอ้างว่ากระบวนการยุติธรรมไทยยุติธรรมแล้ว ตนขอยกตัวอย่างว่า คนสองคนทะเลาะกันแล้วให้เพื่อนสนิทอีกคนมาทำสำนวนสอบสวน เป็นกระบวนการยุติธรรมที่ยอมรับได้ไหม การที่ไม่พูดความจริงทั้งหมด การไม่พิจารณาข้อบกพร่องของตนเอง อีก 10 ปีข้างหน้าให้ยุบพรรคอีก 10 พรรค รัฐประหารอีก 10 รอบก็ยังไม่มีทางชนะนายทักษิณ และประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ

“การนำนายทักษิณกลับมา คือ การเริ่มต้นปฏิรูปประเทศในหลายด้าน แต่ประการที่สำคัญที่สุดการแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งที่แก้จากส่วนหนึ่งของต้นเหตุของปัญหา ไม่ใช่แก้โดยการหมักหมมปัญหาด้วยการกดขี่เสรีภาพและกระบวนการยุติธรรมที่ไม่เท่าเทียมของฝ่ายตรงข้ามเช่นที่ผ่านมา ซึ่ง 13 ปี ปัญหาความขัดแย้งยังไม่ออกจากวังวนนายทักษิณ ประชาชนยังแบ่งเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน 5 ปีที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าวิธีการกดขี่สิทธิเสรีภาพภาพฝ่ายประชาธิปไตยไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งได้เลย มีแต่เพิ่มระดับความขัดแย้งให้กว้างมากขึ้น” โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าว

โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวด้วยว่า ตนขอฝากประชาชนทุกท่านว่า 24  มี.ค.นี้ ถ้าอยากอยู่กับความอดอยากคอยรับทานที่เผด็จการหยิบยื่นให้ อยู่กับความสงบปลอมๆ ความยุติธรรมแบบไม่เท่าเทียม เสรีภาพแบบถูกกดขี่และรอวันปะทุให้เลือกพรรคสนับสนุนเผด็จการสืบทอดอำนาจ ถ้าอยากมีเสรีภาพมีกินมีใช้เหมือนสมัยนายทักษิณ ให้โอกาสนายทักษิณ และนักโทษทางความคิดที่ลี้ภัยการเมืองอยู่ต่างประเทศกลับมา เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างแท้จริงเลือกพรรคเพื่อชาติและฝ่ายประชาธิปไตย