สาวไทยเข้าแจ้งความร้องทุกข์ หลังอ้างถูกผู้โดยสารชายชาวต่างชาติ ก่อเหตุลวนลามและกระทำอนาจารระหว่างโดยสารเครื่องบินเที่ยวบินจากนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มายังกรุงเทพมหานคร โดยฉวยโอกาสขณะผู้เสียหายรับประทานยานอนหลับและหลับสนิทระหว่างเดินทาง ก่อนรู้สึกตัวพบความผิดปกติ และภายหลังพบคราบคล้ายอสุจิเปื้อนกางเกง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดอนเมือง รับคดีไว้สอบสวน พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Beaut Aornnicha โพสต์ข้อความเตือนภัยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ระบุว่า ระหว่างเดินทางกลับประเทศไทยพร้อมบุตรสาววัย 4 ขวบ ได้ถูกผู้โดยสารชายชาวต่างชาติ ซึ่งระบุว่าเป็นชาวปากีสถาน นั่งติดกันและมีพฤติกรรมผิดสังเกต ตั้งแต่ใช้มือพาดเข้ามาบริเวณที่นั่งของตนเอง ก่อนที่ผู้เสียหายจะหลับจากฤทธิ์ยาปรับเวลานอน
ผู้เสียหายระบุว่า ระหว่างหลับได้เริ่มรู้สึกตัวคล้ายมีมือมาสัมผัสบริเวณสะโพกด้านขวา และรู้สึกเปียกผิดปกติบริเวณกางเกง แม้ในขณะนั้นจะยังไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สังเกตเห็นชายคนดังกล่าวจ้องมองตลอดเวลา และยังเอื้อมมือมาแตะหน้าจอความบันเทิงบริเวณพนักพิงที่นั่งของตนเองหลายครั้ง จนเมื่อเครื่องบินใกล้ลงจอดที่ท่าอากาศยานดอนเมือง จึงรีบแจ้งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินให้เข้าตรวจสอบ
หลังรับแจ้ง พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินได้เชิญชายผู้ถูกกล่าวหามาสอบถาม ซึ่งผู้เสียหายอ้างว่า ชายคนดังกล่าวยอมรับพฤติกรรม พร้อมร้องไห้ ก้มกราบและกล่าวขอโทษ แต่ผู้เสียหายยืนยันดำเนินคดี ก่อนเจ้าหน้าที่ประสานตำรวจขึ้นมาควบคุมตัวทันทีเมื่อเครื่องบินลงจอด
นอกจากนี้ พนักงานภาคพื้นของสายการบินยังสังเกตพบคราบคล้ายอสุจิเปื้อนอยู่บริเวณกางเกงของผู้เสียหาย ทำให้เชื่อว่าเหตุการณ์อาจรุนแรงกว่าการลวนลามทั่วไป จึงแนะนำให้เก็บเสื้อผ้าที่สวมใส่ไว้เป็นพยานหลักฐานส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์
ล่าสุด เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 4 ส.ค. 2569 คุณพิม (ขอสงวนนามสกุล) ผู้เสียหาย ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม พร้อมนำกางเกงที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุมามอบให้พนักงานสอบสวน เพื่อนำส่งตรวจพิสูจน์คราบสารคัดหลั่งและดีเอ็นเอประกอบสำนวนคดี
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียด พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานจากพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ผู้โดยสารที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมถึงประสานผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ต้องหาตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ผู้เสียหายฝากเตือนผู้ที่เดินทางโดยเครื่องบิน โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางเพียงลำพังหรือเดินทางพร้อมเด็ก ควรเพิ่มความระมัดระวังต่อบุคคลแปลกหน้า หากพบพฤติกรรมผิดปกติให้รีบแจ้งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำกับผู้อื่นอีก
แหล่งอ้างอิง
https://www.facebook.com/share/p/1959pD9usz/?mibextid=wwXIfr

