“ฟิล์ม รัฐภูมิ” พร้อมทนายความ รับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันฉ้อโกง-ฟอกเงิน คดี Forex ปฏิเสธไม่ไกับด้เป็นโบรกเกอร์ แค่เปิดบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ ยันไม่มีเส้นเงิน 142 ล้าน โอนเข้าบัญชี มั่นใจมีหลักฐานแจงครบ เชื่อมั่นดีเอสไอให้ความเป็นธรรม
นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม อดีตนักแสดงชื่อดัง เดินทางเข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรณีคดีซื้อขายฟอเร็กซ์ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 1 ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน / ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน / ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาต / พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งเดินทางมาพร้อมกับ นายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช ทนายความ
นายประมาณระบุว่าวันนี้เดินทางมาในฐานะผู้ต้องหา ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมประเด็นต่าง ๆ ไว้หมดแล้ว ทางเราพร้อมตอบทุกข้อสงสัย ส่วนเอกสารหรือหลักฐานใดที่ต้องใช้เวลาจัดเตรียมเพิ่มเติมจะนำส่งตามไปภายหลัง
สำหรับข้อกล่าวหาเบื้องต้นคาดว่าเป็นข้อกล่าวหาครอบคลุมตามที่เป็นข่าว เช่น ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พร้อมอธิบายถึงหลักเกณฑ์ทางกฎหมายเกี่ยวกับการออกหมายจับว่า โดยทั่วไปการออกหมายจับต้องมีมูลและต้องมีพฤติการณ์ว่าผู้ต้องหาเจตนาหลบหนีหรือไปข่มขู่ทำลายพยานหลักฐาน ซึ่งตามหลักปกติหากมีการออกหมายเรียกครบ 2 ครั้งแล้วไม่มา จึงจะเข้าข่ายมีพฤติการณ์หลบหนีและขออนุมัติหมายจับได้
ส่วนประเด็นเส้นทางการเงิน นายประมาณเน้นย้ำว่า เงินที่ผ่านระบบ Payment Gateway พนักงานสอบสวนสามารถตรวจสอบได้อยู่แล้วว่าเงินก้อนดังกล่าวโอนต่อไปยังผู้ใด ซึ่งยืนยันว่าปลายทางของเงินไม่ได้เกี่ยวข้องกับฝ่ายคุณฟิล์ม และมั่นใจว่า หลักฐานที่นำมาวันนี้จะชี้แจงข้อกล่าวหาได้
ด้านนายรัฐภูมิยืนยันว่าไม่มีส่วนความเกี่ยวข้องกับ Forex ไม่ได้ทำธุรกิจโบรกเกอร์ ไม่เคยชักชวนใครลงทุน และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ Forex-3D หรือกลุ่มบุคคลที่มีชื่อในข่าว ซึ่งอาจเกิดจากความเข้าใจผิดในระบบบริการ เพราะตนเองทำธุรกิจเกี่ยวกับบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์และระบบบริการ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่จะมีกลุ่มธุรกิจเข้ามาติดต่อขอเชื่อมต่อระบบบริการซอฟต์แวร์ หรือขอความรู้ด้านเทคโนโลยี
ส่วนกระแสข่าวเส้นทางการเงิน 142 ล้านบาท ยืนยันว่าเป็นข่าวมั่ว ไม่มีเส้นทางการเงิน 142 ล้านบาทจาก นายภูริทัต โตคงทรัพย์ พี่ชาย เข้ามาบัญชีตนเองตามที่เป็นข่าวแน่นอน โดยมองว่าเป็นข่าวมั่วที่นำตัวเลขต่าง ๆ มาบวกสะสมกันเองจนกลายเป็นเงิน 142 ล้านบาท ซึ่งตนเองยังไม่ทราบที่มาของตัวเลขนี้ ต้องรอให้พนักงานสอบสวนแจ้งรายละเอียดข้อกล่าวหาเพื่อดูพยานหลักฐานก่อน
นายรัฐภูมิยังปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับกลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ ที่ปรากฎรายชื่อในผังคดีของดีเอสไอ ทั้ง บริษัท HFM / บริษัทอีเทอร์เวลธ์ จำกัด / บริษัท QRS Globa รวมถึงโค้ชเจมส์ และนางสาวมัลลิกา ว่าไม่เคยได้ยินชื่อและไม่เคยรู้จักมาก่อน รวมถึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเหล่านี้ ซึ่งวันนี้ได้เตรียมหลักฐานเส้นทางการเงินย้อนหลังตั้งแต่ปี 2566 ถึงปัจจุบัน มาแสดงกับพนักงานสอบสวนทั้งหมดเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ว่าไม่มีเงินโอนเข้า-ออก กับบริษัทหรือบุคคลดังกล่าว และสามารถชี้แจงได้ว่า เงินที่เข้ามาในบัญชีตั้งแต่ปี66 มาจากที่ไหนแล้วไปที่ไหนบ้าง
ซึ่งขณะนี้ไม่มีความกังวลและเชื่อมั่นในความยุติธรรมของเจ้าหน้าที่ เพราะที่ผ่านมาในอดีตตนเองผ่านกระบวนการทางกฎหมายมาแล้วหลายครั้ง ก็ได้รับความยุติธรรมมาโดยตลอด ส่วนเรื่องการประกันตัวในชั้นสอบสวนมองว่าไม่น่าถึงขั้นถูกฝากขัง โดยขอเข้าไปฟังรายละเอียดข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการจากพนักงานสอบสวนก่อน

