สว.กลุ่มอิสระ ชู “ยิ่งชีพ” กล้าหาญเปิดโปงฮั้ว สว. จุดเริ่มต้น “ระบอบกินรวบประเทศ”

4

รัฐสภา, 26 กรกฎาคม – ความเคลื่อนไหวในการตรวจสอบกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ยังคงเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีงานเสวนาหัวข้อ “เปิดหลักฐาน คดีโกง สว. ภาค 2” ณ ชั้น B1-1 อาคารรัฐสภา โดยเป็นการผนึกกำลังของตัวแทนจากหลายภาคส่วนเพื่อร่วมเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกและหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อสงสัยในความไม่โปร่งใสของการเลือก สว. โดยมีรายนามวิทยากรและผู้ร่วมเสวนาสำคัญ อาทิ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้แทนจากโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw), ศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์, นายสาธิต วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน, สส.พรรคประชาชน อาทิ นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์, นายภัณฑิล น่วมเจิม , นายชยพล สะท้อนดี เป็นต้น โดยมีประชาชน ผู้ที่สนใจ และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานเสวนาเป็นจำนวนมากจนเต็มความจุห้องประชุม

นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา จากกลุ่ม สว.อิสระ ซึ่งไปร่วมงานเสวนาได้ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนในการสนับสนุนและให้กำลังใจ นายยิ่งชีพ สำหรับการต่อสู้และเปิดเผยข้อมูลกระบวนการฮั้วเลือก สว. พร้อมชี้ว่านี่คือวาระสำคัญระดับชาติที่กระทบต่อโครงสร้างประชาธิปไตยทั้งระบบ การออกมาเปิดโปงข้อมูลในสถานการณ์เช่นนี้เป็นการกระทำที่กล้าหาญอย่างมาก ประเด็นการฮั้วเลือก สว. ถือเป็นความผิดปกติครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่ลดทอนความน่าเชื่อถือของวุฒิสภาซึ่งเป็นสภาสูง

นอกจากนี้นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ ยังได้วิเคราะห์ให้เห็นถึงยุทธศาสตร์และผลกระทบแบบลูกโซ่ หากปล่อยให้มีการควบคุมระดับสภาสูงได้สำเร็จ โดยระบุว่านี่คือจุดเริ่มต้นของ “ระบอบกินรวบทั้งประเทศ” ซึ่งมีโครงสร้างความเชื่อมโยงดังนี้ การยึดอำนาจสภาสูง เริ่มต้นจากการได้มาซึ่ง สว. ที่เข้าสภามาด้วยกระบวนการที่ไม่โปร่งใส, การแทรกแซงองค์กรอิสระ เมื่อได้ สว. กลุ่มนี้เข้าไป จะส่งผลต่อการให้ความเห็นชอบหรือแต่งตั้งบุคคลในองค์กรอิสระต่าง ๆ, การควบคุมสภาล่าง หากองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ควบคุมการเลือกตั้งถูกครอบงำ ย่อมส่งผลกระทบไปถึงการเลือกตั้งและการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรในท้ายที่สุด

นายสุนทร ได้เน้นย้ำว่า ประเทศไทยในเวลานี้ต้องการบุคคลที่กล้ายืนหยัดเพื่อความถูกต้องเช่นนี้อีกมาก พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประชาชนหรือผู้ที่มีข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับการทุจริต กล้าที่จะออกมาเปิดโปงกระบวนการดังกล่าว เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เกิดการทุจริตที่ฝังรากลึกตั้งแต่ระดับบนสุดลงมาถึงระดับล่าง ซึ่งหากปล่อยผ่านไป ประเทศจะไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้