วันที่ 10 กันยายน 2569 เวลา 11.00 น. กลุ่มตัวแทนชาวบ้านโครงการ “บ้านออมทอง” อ.เมือง จ.สมุทรปราการ นำโดย นางสาวสุรีย์ญา แสงรอด เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม ตามการประสานงานของเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม อ้างอิงตามหนังสือสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ นร 0167/0000977 เพื่อยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติมกรณีถูกบิดเบือนสัญญาและออกเอกสารเท็จจนนำไปสู่การถูกฟ้องขับไล่ชาวบ้านในปัจจุบัน
สืบเนื่องจากชาวบ้านซื้อบ้านผ่อนแบงก์และเช่าที่ดินวัด ตามโครงการหมู่บ้านออมทอง (บางปู) ชาวบ้านซื้อบ้านทาวน์เฮาส์และชำระ “ค่าเช่าที่ดิน” กับวัดดังย่านบางปูมาอย่างถูกต้อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 จนถึงปัจจุบัน แต่กลับพบการแก้ไขข้อความในใบเสร็จรับเงินจาก “ค่าเช่าที่ดิน” เป็น “ค่าเช่าอาคาร” ในปี 2567 เพื่อแอบอ้างว่าอาคารเป็นของวัด ทั้งที่ขัดกับรายงานการบังคับคดีสมุทรปราการ และหลักฐานการชำระเงินเดิมแต่ต้น
ข้ออ้างแย้งของฝ่ายวัด ฝ่ายวัดได้ยื่นหนังสือแจ้งเจ้าคณะจังหวัดสมุทรปราการ (หนังสือที่ จจ 022/2569) แย้งว่าไม่เคยทราบเรื่องการตรวจสอบของสำนักงานบังคับคดีจังหวัดสมุทรปราการ โดยอ้างว่าเป็น “การตรวจสอบพยานหลักฐานจากฝ่ายผู้ร้องเรียนเพียงฝ่ายเดียว” มิชอบด้วยกฎหมาย ทั้งยังอ้างข้อสัญญาเดิมว่าเมื่อบริษัทผู้ก่อสร้างสร้างอาคารเสร็จ กรรมสิทธิ์ในตัวอาคารย่อมตกเป็นของวัดทันที ชาวบ้านจึงเป็นเพียงผู้เช่าอาคารเท่านั้น
ฝั่งชาวบ้านยันสิทธิ์ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากรายงานบังคับคดีเป็นรายงานมหาชนและออกโดยราชการ
จากการที่ฝ่ายวัดนำข้ออ้างดังกล่าวไป รายงานต่อผู้บังคับบัญชาที่ไม่ตรงตามข้อเท็จจริง ชาวบ้านจึงจำเป็นต้องขอความชัดเจนและเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกหนังสือรับรองข้อเท็จจริงเพื่อยืนยันความถูกต้องตามกระบวนการกฎหมาย
ล่าสุด นางสาวสุรีย์ญา แสงรอด เปิดเผยว่า ได้แจ้งข้อเท็จจริงต่อเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมถึงความจำเป็นในการขอหนังสือรับรอง เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานสำคัญในกระบวนการยุติธรรมและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทางกระทรวงยุติธรรมจึงได้เร่งประสานงานไปยังสำนักงานบังคับคดีจังหวัดสมุทรปราการ ตามหนังสือของสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเร่งดำเนินการออกหนังสือรับรองให้แก่ผู้เสียหายหมู่บ้านออมทองโดยเร็วต่อไป
นอกจากนี้ นางสาวสุรีย์ญา แสงรอด ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาฝ่ายวัดได้กล่าวอ้างข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงและสร้างความเสียหายต่อชาวบ้านในหลายประเด็น กลุ่มผู้เสียหายจึงจะนำพยานหลักฐานและหนังสือรับรองดังกล่าว ไปใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการต่อสู้คดีและยื่นดำเนินคดีในชั้นศาลที่เกี่ยวข้องต่อไป

