“รองฯ สำราญ” เผยตำรวจรู้ตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุป่วนใต้แล้ว เตรียมออกหมายจับเพิ่ม เชื่อเหตุยิงทหารพราน 5 นาย คาร์บอมโรงพักเก่า และยิงหัวหน้าคนงานก่อสร้างในนราธิวาส เป็นฝีมือเครือข่ายเดียวกัน ย้ำเร่งล่าตัวผู้ก่อเหตุ พร้อมปรับแผนและยกระดับมาตรการรับมือ หลังคนร้ายเปลี่ยนยุทธวิธีต่อเนื่อง
วันที่ 23 ก.ค.69 ที่ ตร. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ( รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งล่าสุดเกิดเหตุที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ยิงหัวหน้าคนงานก่อสร้างถนนเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงเหตุคาร์บอมโรงพักเก่าที่ อ.เมือง จ.นราธิวาส คนร้ายยิงทหารพรานเสียชีวิต 5 คน ที่ด่านระแงะ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส โดยเชื่อว่าเหตุการณ์ทั้ง 3 พื้นที่มีความเชื่อมโยงกันเนื่องจากเป็นผู้ก่อการร้ายที่ต้องการให้เกิดความไม่สงบ ซึ่งวันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกตนเองไปพบและสั่งการให้เร่งรัดและกำชับจับกุมผู้ก่อเหตุโดยเร็ว ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้า ทราบตัวกลุ่มผู้ก่อการร้ายแล้ว อยู่ระหว่างเตรียมออกหมายจับผู้ก่อเหตุทั้ง 3 พื้นที่ แต่ก็มีบางส่วนที่ออกหมายจับไปแล้ว
ส่วนการติดตามตัวผู้ก่อเหตุตำรวจจะเป็นหลัก ถึงแม้วันนี้ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขานุการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รมน.) ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส และประกาศว่าจะไล่ล่าตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุจนสุดหล้าฟ้าเขียวก็ตาม แต่ตำรวจก็จะร่วมมือกับทหาร ส่วนการป้องกันหลังจากนี้ได้กำชับเรื่องของยุทธวิธีและการเฝ้าระวัง เพราะกลุ่มผู้ก่อเหตุเปลี่ยนยุทธวิธีอยู่ตลอดจนทำให้สามารถเข้าไปก่อเหตุในด่านตรวจของทหารได้ ซึ่งไม่ทราบว่าด่านตรวจของทหารมีรูปแบบใด แต่องค์ประกอบของด่านมีอยู่ 5 ส่วน
ส่วนเหตุคาร์บอมที่โรงพักเก่าตันหยง อ.เมือง ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้หลับเวรเพราะจุดดังกล่าวเป็นโค้งและวงเวียน เป็นจุดตัดสินใจว่าจะเลี้ยวหรือจะตรงไป ทำให้ผู้ก่อเหตุกระโดดลงจากรถและปล่อยให้รถพุ่งเข้าไป
ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นติดต่อกันหลายครั้งในห้วงเวลา 3 วัน เป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่หรือผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่าต้องมีการปรับเปลี่ยนแผน ซึ่งในแผนมีทั้งเครื่องไม้เครื่องมือและตัวบุคคล แต่ไม่ใช่ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ทำงานไม่ดี ซึ่งที่ผ่านมาก็ทำงานอย่างเข้มแข็งมาโดยตลอด แต่ยอมรับว่าต้องมีการปรับปรุงแผน
ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นที่โรงพักตันหยงเก่า ซึ่งอยู่ใกล้สถานที่สำคัญเพียง 20 เมตร เป็นประเด็นสำคัญถึงขั้นจะต้องมีการพิจารณาโยกย้าย ผู้บัญชาการตำรวจภาค 9 หรือไม่ พลตำรวจเอกสำราญระบุว่าการเกิดเหตุการณ์ซ้ำ ๆ หลายครั้งจะต้องมีการปรับแผน แต่การพูดแบบนี้ยืนยันว่าไม่มีนัยหรือส่งสัญญาณว่าจะมีการโยกย้ายผู้บัญชาการตำรวจภาค 9 หรือไม่
ในช่วงท้ายผู้สื่อข่าวถามตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 16 มีอายุราชการถึง 7 ปี จะมีการสร้างภาพลักษณ์ให้องค์กรอย่างไรบ้าง พล.ต.อ.สำราญไม่ได้ตอบคำถามนี้และเดินเข้าลิฟต์ไป

