วันนี้ (23 ก.ค. 69) เวลา 10.00 น. ที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ตัวแทนศิษย์เก่าสถาบันเทคโนโลยีช่างกลปทุมวัน นายอุรชาติ ชัยนะ ตัวแทนศิษย์เก่าช่างกลปทุมวัน รุ่น 53 ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด พร้อมยื่นหนังสือติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ประกบยิง นายจารุกิตติ์ รอดหลง หรือ “จา” อายุ 25 ปี อดีตนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีช่างกลปทุมวัน เสียชีวิตภายในซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 23

โดยทางสมาคมได้ขอให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดการสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประกาศตั้งรางวัลนำจับและเงินสำหรับผู้แจ้งเบาะแสที่นำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิด เป็นจำนวน 100,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่ศิษย์เก่าได้ร่วมกันรวบรวม และมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้พิจารณาจัดสรรแก่ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ
นายอุรชาติ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าแรงจูงใจของคนร้ายเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัวหรือเรื่องระหว่างสถาบัน แต่ขอประณามการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ และยืนยันว่าผู้เสียชีวิตเป็นศิษย์เก่าที่จบการศึกษามาหลายปีแล้ว ไม่ใช่นักศึกษาปัจจุบัน จึงต้องการให้ผู้เสียชีวิตได้รับความเป็นธรรม
สำหรับการพูดคุยกับผู้กำกับ สภ.ปากเกร็ด ในวันนี้ มี 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การเร่งรัดคดี การติดตามความคืบหน้าของสำนวน และการตั้งรางวัลนำจับ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวคนร้ายโดยเร็วที่สุด

ส่วนประเด็นที่สังคมกังวลว่าจะเกิดเหตุแก้แค้นหรือเอาคืนกันนั้น ทางสมาคมระบุว่า ไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่จะพยายามป้องกันและรณรงค์ไม่ให้เกิดความรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงวันสถาปนาสถาบันในวันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันที่นักศึกษาและศิษย์เก่าจะร่วมสักการะองค์พระวิษณุกรรม โดยได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาดูแลความปลอดภัยแล้ว
นอกจากนี้ ตัวแทนสมาคมยังได้ชี้แจงถึงประเด็นการ “ปั๊มเฟือง” บนร่างกาย ซึ่งกำลังถูกสังคมตั้งคำถามว่า เป็นเพียงความสมัครใจของนักศึกษาที่ต้องการแสดงความภาคภูมิใจในการเป็นลูกช่างกลปทุมวัน เปรียบเสมือนการสักลาย ไม่มีการบังคับ ไม่มีการล่าแต้ม หรือความเชื่อว่าจะต้องทำร้ายหรือฆ่าผู้อื่นเพื่อให้ได้รับการประทับตราเฟืองแต่อย่างใด โดยยืนยันว่าเป็นเพียงวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้องเท่านั้น

ด้าน พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวคนร้าย โดยประสานการทำงานร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกของคดีได้ แต่ยืนยันว่าจะเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด เนื่องจากผู้บังคับบัญชาได้ลงมาติดตามคดีด้วยตนเอง และหากมีความคืบหน้าจะรีบแจ้งให้สื่อมวลชนทราบทันที

