นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำแถลงข่าว DSI เปิดปฏิบัติการ Silent Volt บุกค้น 7 จุด ทลายเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าทำเหมืองขุดเงินสกุลดิจิทัล
นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการรับยกเลิกการใช้ไฟฟ้าเพื่อประกอบในการขุดเงินดิจิทัลซึ่งเป็นการเอาเปรียบสังคม สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของรัฐ และกระทบต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า และบั่นทอนความเชื่อมั่นการใช้กฎหมายของประเทศ โดยรัฐบาลได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยดีเอไอ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายให้ร่วมกันทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อสอบสวนขยายผล และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุดไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ นายทุนผู้สนับสนุน หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องโดยไม่มีการละเว้น หรือเลือกปฏิบัติการดำเนินการของรัฐ ไม่ใช่มุ่งหมายเพียงการจับกุมหรือยึดของกลางเท่านั้น แต่จะมุ่งตัดวงจรอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ใช้เครื่องมือทั้งในด้านการดำเนินคดีการติดตามทรัพย์สิน และการขยายผลไปยังเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังเพื่อไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำ
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า รัฐบาลสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและเศรษฐกิจดิจิทัลที่ดำเนินการภายใต้กฎหมายอย่างโปร่งใส และเป็นธรรมแต่จะไม่ยอมให้มีการใช้เทคโนโลยีหรือช่องทางในการลักลอบ ใช้ทรัพยากรของรัฐหรือสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและสาธารณูปโภคนอกประเทศ
ดังนั้นขอให้ประชาชนได้มั่นใจว่ารัฐบาลจะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่องควบคู่กับการยกระดับการเฝ้าระวัง และการตรวจสอบเชิงรุกเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน และสร้างแวดล้อมทางธุรกิจที่เป็นธรรมสำหรับผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฏหมายทุกคน วันนี้ตนได้ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ โดยวันนี้เรามีข้อมูลที่จะมาแถลงข่าวในเรื่องภารกิจการเปิดปฏิบัติการ ตรวจค้น 7 จุด ทลายเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าทำเหมืองขุดเงินดิจิทัล ซึ่งมีการยึดทรัพย์สินใดเป็นจำนวนมากโดยได้ปฏิบัติการมาระยะหนึ่งแล้ว ส่วนที่รัฐมองว่ามีการเสียหายสูงสุดคือการลักลอบใช้ไฟฟ้าของสาธารณะ ในการลักลอบต่อสายตรงผ่านหม้อแปลง ซึ่งธุรกิจนี้เป็นสิ่งที่ใช้กระแสไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเราต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ยึดทรัพย์ยังไม่พอเพราะทรัพย์สินเหล่านี้มีมูลค่าก็ต่อเมื่อเอามาประกอบธุรกรรมธุรกิจแต่หากนำมาแยกชิ้นส่วนหรือขายทอดตลาดราคาแทบจะไม่มีเลย เพราะเป็นทรัพย์สินทางด้านเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วและมีความเสียหายง่าย ใครที่เป็นผู้สนับสนุนผู้การหรือใครเป็นลูกค้าเจ้าหน้าที่ของรัฐคนใดที่ปล่อยให้มีการลักลอบใช้ไฟฟ้าออกไปจากระบบโดยที่จะบอกว่าไม่ทราบ แต่เกิดความเสียหายมากขนาดนี้ สิ่งเหล่านี้จะต้องได้ติดตามดำเนินคดียึดทรัพย์สินและยึดจำนวนเงินของทุนต่าง ๆ ให้ได้เป็นของรัฐมากที่สุดเพื่อทดแทนความเสียหายที่ได้กระทำลงไป
นอกจากนี้ ได้สั่งการให้กรมศุลกากรและกระทรวงการคลังเข้ามาช่วยกันวางหลักเกณฑ์ ห้ามนำเข้า
เพราะอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ใช่สินค้าที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand) อย่างแน่นอน จึงต้องมีการตรวจสอบว่ามีการนำเข้ามาอย่างถูกต้องหรือไม่ และได้สำแดงวัตถุประสงค์การใช้งานไว้ตรงกับข้อเท็จจริงหรือไม่ เนื่องจากข้อมูลทั้งหมดอยู่ในระบบที่สามารถตรวจสอบได้
นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ดำเนินภารกิจดังกล่าวอย่างเข้มแข็ง สามารถทลายเครือข่ายลักลอบขุดบิตคอยน์ได้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม จะมีการแถลงผลการดำเนินงานให้ประชาชนได้รับทราบ
รัฐบาลขอยืนยันอีกครั้งว่าจะบังคับใช้กฎหมายกับการกระทำผิดในลักษณะนี้อย่างเต็มที่ และเร่งนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็วที่สุด พร้อมขอให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในการทำงานของภาครัฐ และขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมดำเนินการ โดยหวังว่าจะสามารถขยายผลและติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีได้ทั้งหมด เพราะเชื่อว่าไม่อาจหลบเลี่ยงการตรวจสอบได้
นายกรัฐมนตรียังเตือนผู้ที่ประกอบธุรกิจลักษณะนี้ให้ยุติการกระทำ เนื่องจากการตรวจสอบจะเข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกพื้นที่จะร่วมกันขยายผลและติดตามการกระทำผิด จึงไม่มีทางรอดพ้นจากการบังคับใช้กฎหมาย
พร้อมกันนี้ ได้ฝากเตือนไปยังประชาชนว่า อย่าหลงเชื่อหรือเข้าไปลงทุนในธุรกิจที่ผิดกฎหมาย เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีแล้ว ยังอาจสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมหาศาล และไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายกลับคืนได้ หากต้องการลงทุน ขอให้เลือกลงทุนในกิจการที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้สามารถรักษาและสร้างความมั่นคงทางการเงินของตนเองได้ และไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ เพราะเมื่อสูญเสียเงินไปแล้ว โอกาสที่จะได้รับคืนแทบไม่มีอย่างแน่นอน

