ร.พ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เตือนประชาชนให้รู้เท่าทันปัญหา “ขี้หูอุดตัน” ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยของอาการปวดหู หูอื้อ และการได้ยินลดลง พร้อมแนะหลีกเลี่ยงการใช้ไม้พันสำลีแคะหูหรือซื้อยาหยอดหูใช้เอง เพราะอาจยิ่งดันขี้หูเข้าไปลึกกว่าเดิม เสี่ยงเกิดการอักเสบและทำให้แก้วหูได้รับอันตราย “ขี้หู” มีประโยชน์ ไม่ใช่สิ่งสกปรกที่ต้องแคะออก

เมื่ิอวันที่ 18 ก.ค.2569 แพทย์จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ระบุว่า ขี้หู (Earwax) เกิดจากต่อมสร้างขี้หูบริเวณรูหูชั้นนอก มีคุณสมบัติช่วยหล่อลื่นผิวหนัง ป้องกันการติดเชื้อ ดักจับฝุ่นละออง สิ่งสกปรก และแมลงขนาดเล็กไม่ให้เข้าสู่หูชั้นใน โดยปกติขี้หูจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากรูหูได้เอง จึงไม่จำเป็นต้องแคะหูเป็นประจำ สังเกตอาการ “ขี้หูอุดตัน”หากขี้หูสะสมมากผิดปกติจนปิดกั้นรูหู อาจทำให้เกิดอาการ ได้แก่
ปวดหู หรือรู้สึกแน่นภายในหู,รู้สึกหูอื้อ โดยเฉพาะข้างที่อุดตัน,การได้ยินลดลง หรือได้ยินเสียงก้องภายในหู หากปล่อยทิ้งไว้อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และควรได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ แคะหูบ่อย ยิ่งเสี่ยงขี้หูอุดตัน
ข้อมูลจากแพทย์ระบุว่า สาเหตุสำคัญที่พบได้บ่อย คือ การใช้ไม้พันสำลีทำความสะอาดหู เพราะแทนที่จะนำขี้หูออก กลับเป็นการดันขี้หูเข้าไปลึกในรูหู กระตุ้นให้ต่อมผลิตขี้หูมากขึ้น และอาจทำให้ผิวหนังในช่องหูถลอก มีเลือดออก ติดเชื้อ หรือแม้แต่เกิดการบาดเจ็บต่อแก้วหูได้ แพทย์ย้ำ 2 ข้อห้ามสำคัญ เพื่อป้องกันปัญหาขี้หูอุดตัน ควรปฏิบัติดังนี้ หลีกเลี่ยงการใช้ไม้พันสำลี หรืออุปกรณ์ทุกชนิดแคะหู ไม่ควรซื้อยาหยอดหูมาใช้เอง เพราะอาจไม่เหมาะกับสาเหตุของอาการ และก่อให้เกิดอันตรายได้
สงสัยขี้หูอุดตัน ควรพบแพทย์ผู้ที่มีอาการหูอื้อ ปวดหู หรือได้ยินลดลง ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโสต ศอ นาสิก เพื่อใช้เครื่องมือตรวจภายในหู หาสาเหตุที่แท้จริง และรักษาอย่างถูกต้อง ไม่ควรรักษาด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น

