ชปส.ดส. บช.น. ทลายเครือข่ายค้ายาคีตามีน รวบ 2 ผู้ต้องหา ยึดของกลาง 37 กิโลกรัม สารภาพรับจ้างลำเลียงจากนนทบุรี เตรียมขยายผลถึงผู้สั่งการ

11

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 05.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ช่วยราชการกองบัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผู้กำกับการกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี, พ.ต.ท.วรปรัชญ์ วุฑฒิรักษ์, พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล และ พ.ต.ท.นราธิป คงเพ็ชร์ รองผู้กำกับการ กก.ดส.

โดยชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส. นำโดย พ.ต.ท.วรพล สมประสงค์ สารวัตร กก.ดส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด (ชปส.ดส.) ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายวิทวัส หรือตาว อายุ 37 ปี และนายพัณณ์กร หรือตั้ว อายุ 33 ปี พร้อมของกลางวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) บรรจุในห่อชาสีเขียว-เหลือง จำนวน 37 ห่อ น้ำหนักรวมประมาณ 37 กิโลกรัม รถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีแดง ใช้ลำเลียงยาเสพติด 1 คัน รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีเทา ใช้เป็นรถนำทาง 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง โดยสามารถจับกุมได้บริเวณลานจอดรถภายในชุมชนบางปิ้ง ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส.ได้ทำการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ก่อนหน้านี้ จากการสืบสวนขยายผลต่อมา จนทำให้ทราบว่า นายวิทวัสมีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดสมุทรปราการด้วย จึงสืบสวนจนทราบว่ามีนายพัณณ์กรเป็นผู้ร่วมขบวนการ ทำหน้าที่ขับรถนำทางและตรวจการณ์ ขณะเดียวกันพบว่าทั้งสองใช้รถยนต์ 2 คันในการลำเลียงยาเสพติด และมักนำรถมาจอดไว้ภายในชุมชนบางปิ้ง จึงรายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อวางแผนเข้าจับกุม

ต่อมาวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ทราบข้อมูลจากการสืบสวนว่า ทั้งสองจะไปรับยาเสพติดจากผู้ค้ารายใหญ่ในจังหวัดนนทบุรี ก่อนนำกลับมาเก็บไว้ในรถยนต์ที่จอดอยู่ภายในชุมชนบางปิ้ง จึงวางกำลังซุ่มสังเกตการณ์ กระทั่งพบรถทั้งสองคันขับเข้ามายังจุดนัดหมาย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น โดยนายวิทวัสซึ่งขับรถบรรทุกยาเสพติดมีท่าทีพิรุธและพยายามหลบหนี แต่ถูกควบคุมตัวไว้ได้ ส่วนนายพัณณ์กรซึ่งขับรถนำทางก็ถูกจับกุมพร้อมกัน

จากการตรวจค้นตัวผู้ต้องหาทั้งสองไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่เมื่อค้นภายในรถยนต์มิตซูบิชิ พบคีตามีนบรรจุอยู่ในห่อชาสีเขียว-เหลือง จำนวน 37 ห่อ น้ำหนักรวมประมาณ 37 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในรถ จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง

จากการสอบสวน นายวิทวัสและนายพัณณ์กรให้การรับสารภาพว่า ยาเสพติดทั้งหมดเป็นของตนเอง โดยเพิ่งไปรับมาจากผู้ค้ารายใหญ่ในจังหวัดนนทบุรี เพื่อนำมาพักไว้ก่อนกระจายส่งให้ลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครและสมุทรปราการ

นายวิทวัสให้การว่า รับคำสั่งจากบุคคลที่ใช้ชื่อว่า “นายนิว” ซึ่งไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง ให้ไปรับยาเสพติด โดยได้รับค่าจ้างกิโลกรัมละ 500 บาท และจะได้รับเงินทั้งหมดหลังจำหน่ายยาเสพติดเสร็จสิ้น ขณะที่นายพัณณ์กรรับว่า ทำหน้าที่ขับรถนำทางและตรวจการณ์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการลำเลียงยาเสพติด โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 2,000 บาท

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสองในความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน” พร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมาย ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางมายังกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี เพื่อสืบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้สั่งการที่ใช้นามแฝงว่า “นายนิว” และส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป