วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน อี้ แทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม พากลุ่มผู้เสียหายจำนวน 10 ราย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) แจ้งความดำเนินคดีหลังถูกหลอกลงทุนซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล (ลอตเตอรี่) มูลค่าความเสียหายรวมเกือบ 50 ล้านบาท
น.ส.สมสกุล( นามสมมุติ) อายุ 42 ปี ตัวแทนผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ถูกมิจฉาชีพแอบอ้างว่าตนเองสนิทสนมกับนักการเมืองระดับประเทศ และผู้บริหารของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยมักจะโพสต์ภาพและข้อความในสื่อสังคมออนไลน์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือว่าสามารถเข้าถึง “โควต้าสลากพิเศษ” ได้โดยตรง และสามารถจัดหาลอตเตอรี่ได้ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป มีสลากในครอบครองพร้อมส่งมอบมากกว่า 1,000 เล่ม การันตีผลตอบแทนในอัตราที่สูงมากหากร่วมลงทุน
ด้วยโปรไฟล์ที่ดูน่าเชื่อถือและการอ้างชื่อบุคคลสำคัญ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและร่วมนำเงินมาลงทุนเป็นจำนวนมาก แต่หลังจากโอนเงินไปแล้ว กลับไม่ได้รับสลากกินแบ่งรัฐบาลตามที่ตกลงกันไว้ และไม่สามารถติดต่อขอเงินคืนได้ จึงรู้ตัวว่าถูกหลอกลวงและรวมตัวกันเข้ามาร้อง ปอศ.
นางชมพู่ (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี ประกอบอาชีพแม่ค้าออนไลน์ เปิดเผยว่า ตนเองรู้จักกับกลุ่มนักการเมืองอักษรย่อ “พ.” และ “น.ส.หมา” ผ่านการแนะนำของเพื่อนที่เคยร่วมลงทุนและได้รับผลตอบแทนจริงมานานกว่า 1 ปี เห็นว่าเพื่อนได้กำไรและปันผลตรงเวลา ประกอบกับโปรไฟล์ของกลุ่มดังกล่าวดูน่าเชื่อถือ จึงตัดสินใจนำเงินเก็บสะสมจำนวน 1,000,000 บาท มาร่วมลงทุนด้วย
นางชมพู่ เล่าต่อว่า ได้เดินทางไปทำสัญญาร่วมลงทุนระยะเวลา 1 ปี ที่บริษัทของนาย พ. และ น.ส.หมา ซึ่งตั้งอยู่ย่านสีลม โดยข้อตกลงระบุว่าจะได้รับเงินปันผลจากการขายสลากฯ งวดละ 20,000 บาท
“ตอนที่ไปคุย น.ส.หมา ได้นำบัตรประจำตัวมาแสดงเพื่ออ้างว่าตนเองมีตำแหน่งทำงานอยู่ในสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แถมยังเปิดรูปภาพในโทรศัพท์มือถือโชว์ภาพถ่ายกองสลากเป็นปึกๆ นับ 1,000 เล่ม ให้ดูเพื่อยืนยันว่ามีโควต้าสลากฯในมือจริงๆ ทำให้ตนหลงเชื่ออย่างสนิทใจ” นางชมพู่กล่าว
ในช่วงแรกของการลงทุน ระบบปันผลยังเป็นไปตามปกติ โดยตนได้รับเงินงวดละ 20,000 บาทในเดือนแรก แต่หลังจากผ่านไปได้เพียง 6 เดือน กลุ่มนายพ. น.ส.หมา เริ่มมีพฤติกรรมบ่ายเบี่ยงไม่ยอมจ่ายเงินปันผล โดยอ้างว่า “ขอให้รอรวบยอดรับเงินปันผลก้อนใหญ่ทีเดียวพร้อมกัน”
จนกระทั่งล่าสุดเมื่อครบกำหนดสัญญา 1 ปี ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ปรากฏว่าไม่มีการโอนเงินคืนตามที่ตกลงไว้ และเมื่อพยายามติดต่อกลับไปยัง นาย พ. และ น.ส.หมา รวมถึงทีมงาน ก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย จึงมั่นใจว่าถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงอย่างแน่นอน เบื้องต้นเตรียมนำหลักฐานสัญญาและการโอนเงินเข้าแจ้งความดำเนินคดี
ด้าน อี้ แทนคุณ ได้ระบุว่า พฤติกรรมดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อประชาชนในวงกว้าง และเป็นการนำสลากกินแบ่งรัฐบาลมาใช้เป็นเครื่องมือในการฉ้อโกง เบื้องต้นจะพาเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. แจ้งความให้รับเรื่องและสอบปากคำผู้เสียหาย พร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน (สลิปการโอนเงิน และข้อความแชทในโซเชียล) เพื่อออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แจ้งเตือนตลอดมาว่า ไม่มีนโยบายการเปิดขายโควต้าสลากผ่านบุคคลที่สาม หรือมีการการันตีผลตอบแทนสูง โปรดอย่าหลงเชื่อการแอบอ้างชื่อผู้บริหารหรือนักการเมืองเด็ดขาด

