จ่อโดนอีกคดี!! “ศิริวัฒน์” เผย พ.ต.ท. แจ้งเอาผิด “สุรเชษฐ์” – ทีมงาน ทุจริตสอบ นิติจุฬา หลังศาลสั่งจำคุก “ดร.ขนิษฐา”

8

กรุงเทพฯ, วันที่ 1 ก.ค. – พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (ผบก.สอท.1) และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่าจากกรณีศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาจำคุกนางขนิษฐา เลิศบรรเจิดวงศ์ (ดร.นิด )ในความผิดฐาน ร่วมกันทำให้เอกสารของผู้อื่นสูญหายหรือถูกนำไปใช้ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา กรณีการนำข้อสอบออกไปจากระบบการสอบของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะที่พนักงานอัยการได้มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวน สอบสวนปากคำ พ.ต.ท.สมภพ บัวเทศ ผู้กล่าวหาในคดีดังกล่าวเพิ่มเติม ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด เพื่อดำเนินคดีแยกต่างหากจากคดีเดิม

ผบก.สอท.1 กล่าวว่า โดยเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.69 พ.ต.ท.สมภพ ได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดเพิ่มเติมกับ บก.สอท. รวมถึงผู้ที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการกระทำของ นางขนิษฐาเพื่อให้พนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (บก.สอท.1) ดำเนินคดีกับผู้ร่วมกระทำความผิดตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ขอยืนยันว่าตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐาน และสืบสวนสอบสวนอย่างรอบด้าน โดยยึดหลักกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

ทั้งนี้คดีดังกล่าวศาลอาญากรุงเทพใต้ได้มีคำพิพากษาที่คดีเเดงที่ 632/2568 โดยช่วงแรกนางขนิษฐา ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ต่อมาได้กลับคำให้การเป็นรับสารภาพต่อศาล เกี่ยวกับพฤติการณ์ในขบวนการแอบนำข้อสอบนิติศาสตร์ จุฬาฯ ออกไป เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล  อดีตรองผบ.ตร. และศาลได้พิพากษาให้นางขนิษฐา มีความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 88 โดยกำหนดโทษเบื้องต้นไว้ 1 ปี แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพและเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี จึงได้รับการลดโทษลงกึ่งหนึ่งเหลือจำคุกนางขนิษฐา 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

ขณะเดียวกันในคำพิพากษาระบุว่าพฤติการณ์ของคดีสะท้อนถึงความพยายามช่วยเหลือให้บุคคลหนึ่งได้รับประโยชน์จากการทดสอบความรู้ อันอาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือของระบบการศึกษา และชื่อเสียงของสถาบันผู้เสียหายโดยตรง พร้อมกันนี้ศาลยังเห็นว่า หากข้อสอบดังกล่าวถูกนำไปใช้จริง อาจส่งผลกระทบต่อมาตรฐานการวัดผลทางการศึกษา รวมถึงความเชื่อมั่นของสังคมที่มีต่อสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ อีกทั้งยังเป็นพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความสุจริตและความเป็นธรรมในการสอบ ซึ่งมีผลต่อประโยชน์สาธารณะในวงกว้าง

“คดีนี้นั้นจะมีผลสืบเนื่องว่าสำนักงานตำรวจเเห่งชาติดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีนี้ได้ผลเช่นใดเพราะช่วงเวลาในการกระทำผิดในกรณีข้างต้นพบว่า พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์รับราชการที่สำนักนายกฯ และสำนักงานตำรวจเเห่งชาติ ซึ่งหากบก.สอท.ขยายผลได้พบว่าพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์เกี่ยวข้อง นั้นบก.สอท.ต้องแจ้งผลให้สำนักงานตำรวจเเห่งชาติดำเนินการพิจารณาความผิดทางวินัยร้ายเเรงอีกสถานหนึ่งกับอดีตรองผบ.ตร. ที่สำคัญคดีนี้ต้องติดตามว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะติดตามเอาผิดคนอื่นๆ นอกจากนางขนิษฐา เพิ่มเติมอย่างไร และจะมีมติเพิกถอนปริญญาตรีของอดีตรองผบ.ตร.หรือไม่ เช่นเดียวกับผลคืบหน้าทางคดีอาญาในส่วนที่อดีตรองผบ.ตร. กับพวกร่วมกระทำผิดกับนางขนิษฐา เป็นเช่นใด” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวระบุอีกว่า ก่อนหน้านี้สภามหาวิทยาลัยมีมติถอดถอนปริญญาดุษฎีบัณฑิตของ นายศุภชัย หล่อโลหการ (อดีตผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ) เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2555 เนื่องจากผลการตรวจสอบพบว่ามีการคัดลอกผลงานทางวิชาการ ซึ่งถือเป็นครั้งเเรกในประวัติศาสตร์ของจุฬาฯ โดยหากมีการเพิกถอนปริญญาของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ก็จะเป็นกรณีที่สอง และกรณีนี้ต้องติดตามบก.สอท.ว่านอกจากดร.นิดเเล้ว บก.สอท.จะขยายผลถึงใครบ้าง