ที่รัฐสภา, 25 มิถุนายน – พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรประเด็น “ร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ….” ที่เสนอโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยชี้ให้เห็นถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนในระดับฐานรากจากการจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ ว่าเห็นด้วยกับการนำร่างงบประมาณดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภา เพื่อให้เกิดการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน แต่การเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์สํานักงบประมาณที่มีระยะเวลาเพียง 3 วัน (ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์) ทำให้มีผู้ร่วมแสดงความเห็นน้อยมากเพียง 17 คน และที่สำคัญที่ภาคประชาชนตั้งข้อสังเกตคือ งบประมาณที่จะนำมาโอนนั้น ต้องไม่กระทบต่อแผนงานเดิมและไม่สร้างความเสียหายต่อราชการ
พันตำรวจเอก ทวี ตั้งข้อสังเกตว่า งบประมาณส่วนใหญ่ที่ถูกดึงมาโอนในครั้งนี้เป็น “งบรายจ่ายลงทุน” ซึ่งเป็นเงินกู้ที่มีภาระดอกเบี้ย โดย 3 กระทรวงหลักที่ถูกโอนงบออกไปมากที่สุด ได้แก่ คมนาคม 2,400 ล้านบาท (23%) มหาดไทย 1,800 ล้านบาท (21%) และ เกษตรและสหกรณ์ ประมาณ 800 ล้านบาท (13%) ซึ่งการตัดงบดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงการน้ำ โครงการถนนหนทาง และสะพานสำหรับขนส่งพืชผลทางการเกษตรในต่างจังหวัด บางโครงการเป็นงบประมาณเพียงหลักแสนหรือหลักล้านบาทที่ชาวบ้านเฝ้ารอคอยมานาน รวมถึงโครงการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น ที่จังหวัดยะลาและนราธิวาสที่ถูกตัดงบประมาณไปด้วย ซึ่งอาจส่งผลให้โครงการเหล่านี้ขาดความต่อเนื่องและไม่มีงบประมาณรองรับในปีถัดไป
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการตัดงบประมาณด้านการปราบปรามยาเสพติดไปกว่า 50 ล้านบาท โดยเฉพาะงบในการสกัดกั้นสารตั้งต้น เคมีภัณฑ์ และงบสืบสวนจับกุมนักค้ารายสำคัญ ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักในการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบสุขของประชาชนทั่วประเทศในปัจจุบัน
พร้อมกันนี้ พันตำรวจเอกทวียังได้สะท้อนความเห็นทางวิชาการและข้อมูลจากสํานักงบประมาณของสภา (PBO) ว่า การโอนงบประมาณทั้งหมดไปไว้ที่ “งบกลาง” เปรียบเสมือนการตี “เช็คเปล่า” ซึ่งอาจทำให้ขาดวินัยทางการเงินการคลัง และมักจะถูกนำไปชดเชยส่วนที่รัฐบาลบริหารจัดการไม่รอบคอบ เช่น การโปะเป็นค่ารักษาพยาบาล สวัสดิการ หรือเงินเดือนข้าราชการที่ไม่ได้ตั้งงบประมาณรองรับไว้แต่แรก
ในตอนท้ายของการอภิปราย หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้ฝากข้อเสนอแนะที่สำคัญ 3 ประการให้นำไปพิจารณา ได้แก่ (1) อย่าให้งบประมาณก้อนนี้ผูกพันข้ามปีเด็ดขาด เพื่อไม่ให้กระทบต่อโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดเล็กของชาวบ้านที่ถูกตัดงบไป (2) ต้องกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจน ในการใช้งบประมาณ และ (3) ห้ามนำงบประมาณส่วนนี้ไปโปะเป็นเงินเดือนข้าราชการ เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินเกิดความคุ้มค่า โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างแท้จริง

