“อนุทิน” เสนอร่าง พ.ร.บ. โอนงบปี 69 วงเงิน 10,328 ล้านบาท เข้าสภา แจงเพิ่มความคล่องตัวรับภารกิจเร่งด่วน ย้ำใช้งบคุ้มค่า โปร่งใส เกิดประโยชน์สูงสุดต่อ ปชช.

179

รัฐสภา, วันที่ 25 มิ.ย. – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำเสนอร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. …. ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่า ร่างนี้มีหลักการ ให้โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพุทธศักราช 2569 ของหน่วยรับงบประมาณเป็นบางรายการ ไปตั้งไว้เป็นงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 10,328,065,100 บาท โดยที่ในปีงบประมาณ 2569 ประเทศไทยเผชิญวิกฤตการณ์ด้านเศรษฐกิจและสังคมจากปัจจัยทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

รัฐบาลจึงมีภารกิจเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาฟื้นฟูและบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว โดยที่ผ่านมา รัฐบาลได้ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่าย งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายไปเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น กระทั่งงบที่ตั้งไว้จำนวน 99,000,000,000 บาท มีไม่เพียงพอ รวมทั้งอาจมีเหตุฉุกเฉินจำเป็นจากสถานการณ์สาธารณภัยอื่นที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหลือของปีงบประมาณ 2569 จึงมีความจำเป็นต้องโอนงบประมาณรายจ่ายบางรายการที่หน่วยรับงบประมาณได้รับจัดสรร ไปตั้งเป็นงบกลาง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหา ฟื้นฟู และบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว รวมทั้งกรณีมีเหตุฉุกเฉินอื่น ๆ หรือจำเป็นเร่งด่วนอื่น ๆ

นายอนุทิน กล่าวว่า โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญสองประการคือ 1) เพื่อนำรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณที่คาดว่าไม่สามารถดำเนินการได้ทันในปีงบประมาณ หรือสามารถชะลอการดำเนินการได้จำนวนทั้งสิ้น 10,328,065,100 บาท ไปตั้งเป็นงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 2) เพื่อให้ร่างพรบ.นี้เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมรวมทั้งกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วนอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงปลายปีงบประมาณ 2569 และเพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดินให้ทันต่อสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด

“รัฐบาลเห็นว่า กฎหมายการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีมีความสอดคล้องกับกรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐ รวมทั้งจะทำให้การบริหารงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพุทธศักราช 2569 มีประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการแก้ไขปัญหาได้ทันต่อสถานการณ์ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า งบประมาณ และรายการที่นำมาจัดทำร่างพระราชบัญญัตินี้ประกอบด้วย 1) รายจ่ายประจำในทุกงบรายจ่าย ที่ยังไม่มีการเบิกจ่ายและไม่มีข้อผูกพันหรือสามารถชะลอข้อผูกพันได้ ณ วันที่ 2 มิถุนายน 2569 อาทิ ค่าใช้จ่ายในการสัมมนา การฝึกอบรม การประชาสัมพันธ์ และการเดินทางไปราชการต่างประเทศ 2) รายจ่ายลงทุนในทุกงบรายจ่าย อาทิ รายการปีเดียวและรายการผูกพันข้ามปีงบประมาณที่ยังไม่สามารถประกวดราคา หรือจัดซื้อจัดจ้างได้ภายในวันที่ 2 มิถุนายน 2569 หรือรายการที่หน่วยรับงบประมาณพิจารณาแล้วเห็นว่าหมดความจำเป็น และต้องการยกเลิกหรือสามารถชะลอการดำเนินการได้ โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการ หรือไม่สามารถเบิกจ่ายได้ในปีงบประมาณพุทธศักราช 2569

ทั้งนี้ รัฐบาลได้คำนึงถึงการบริหารงบประมาณรายจ่ายในไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 ของปีงบประมาณตามแนวนโยบายพื้นฐานของรัฐที่จำเป็นในการให้บริการสาธารณะภาครัฐ การสนับสนุนค่าใช้จ่ายตามสิทธิและสวัสดิการ เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางสังคม รวมทั้งการสร้างงานและรายได้ในระดับพื้นที่ ตลอดจนรายจ่ายตามข้อผูกพันต่าง ๆ ที่ยังสามารถดำเนินการต่อไปได้บนพื้นฐานที่มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันงบประมาณที่นำมาจัดทำร่าง พรบ.โอนงบ จำนวน 10,328,065,100 บาท จำแนกเป็น 1) งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ จำนวน 9,039,794,900 บาท 2) งบประมาณรายจ่ายบูรณาการ จำนวน 1,288,270,200 บาท

เมื่อร่างพรบ.โอนงบ มีผลใช้บังคับ หน่วยรับงบประมาณจะสามารถขอรับการจัดสรรงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อนำไปดำเนินภารกิจที่มีความเร่งด่วน ฉุกเฉินหรือจำเป็นได้ ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายจ่ายเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

“รัฐบาลหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนจากท่านสมาชิกในการรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. …. เพื่อให้รัฐบาลสามารถนำงบประมาณแผ่นดินไปใช้ในการดำเนินภารกิจที่มีความจำเป็นเร่งด่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า โปร่งใส และก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมต่อประเทศชาติและประชาชน” นายกรัฐมนตรีระบุ