กรุงเทพฯ, 24 มิถุนายน – สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดงานประชุมนานาชาติ “Digital Trust Thailand 2026 – ดิจิทัลไทย มาตรฐานโลก” เพื่อเปิดพื้นที่รวมผู้กำหนดนโยบาย หน่วยงานกำกับดูแล ผู้ให้บริการ Trust service รวมถึง ผู้เชี่ยวชาญ จากภาครัฐ เอกชน ทั้งไทยและต่างประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนทิศทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานความเชื่อมั่นดิจิทัลของประเทศไทย โดยมี Digital ID เป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับบริการดิจิทัลให้ปลอดภัย เชื่อถือได้ สู่มาตรฐานสากล รองรับการเติบโตของสังคมและเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมี นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม กล่าวเปิดงานและมอบนโยบาย พร้อมมอบรางวัลแก่ทีมผู้ชนะจากกิจกรรม ETDA Boot Camp 2026 เวทีที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่และนักพัฒนาได้ต่อยอดแนวคิดด้าน Digital ID, Verifiable Credential และ Digital Document Wallet สู่โซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง และสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานความเชื่อมั่นดิจิทัลของประเทศในอนาคต
นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า งาน Digital Trust Thailand 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนความพร้อมของประเทศไทย ในการก้าวสู่รัฐบาลดิจิทัล และเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยหัวใจสำคัญคือ การสร้าง ความเชื่อมั่นทางดิจิทัล หรือ Digital Trust ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ ไม่ต่างจากระบบไฟฟ้าหรือ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถทำธุรกรรมออนไลน์ได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และไร้รอยต่อ
โดย รัฐบาลมีทิศทางชัดเจนในการพัฒนา Digital ID หรือระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ให้ก้าวขึ้นเป็น National Trust Services สอดคล้องกับกรอบการพัฒนา Digital ID Framework ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2568–2570) ที่มุ่งขยายผลจากการวางรากฐานไปสู่การใช้งานจริงในวงกว้าง ครอบคลุมทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก ขณะเดียวกัน ยังมุ่งผลักดันแนวคิด “ONE ID” หรือข้อมูลดิจิทัลรายบุคคลที่เชื่อมโยงฐานข้อมูลจากทุกหน่วยงานรัฐเข้าด้วยกัน เพื่อให้การดูแลและให้บริการประชาชนเป็นไปอย่างตรงจุดและทั่วถึง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการสร้างบริการภาครัฐที่ไร้รอยต่อ ลดภาระเอกสาร ลดการเดินทางติดต่อราชการ และเพิ่มความสะดวกให้ประชาชนผ่านระบบ Single Sign-On ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล

สำหรับความก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรม ปัจจุบันประเทศไทยได้เชื่อมต่อระบบ Digital ID ผ่านบริการต่างๆ โดยเฉพาะบริการ e-Service ของภาครัฐ แล้วกว่า 1,797 บริการ ครอบคลุมบริการสำคัญ เช่น การเสียภาษี การย้ายทะเบียนบ้าน และการตรวจสอบสิทธิการรักษาพยาบาล เป็นต้น ส่งผลให้มีบัญชีผู้ใช้งานสะสมผ่านบริการ ThaID, ทางรัฐ, หมอพร้อม, เป๋าตัง และ NDID รวมมากกว่า 162.63 ล้านบัญชี (ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2569) สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของประชาชนในการใช้บริการดิจิทัล และความต้องการ Digital ID ที่ตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย
นอกจากนี้ กระทรวงดีอี โดย ETDA ยังเร่งยกระดับสู่ Digital ID 2.0 เพื่อขยายการใช้งานให้ครอบคลุมนิติบุคคล คนต่างด้าว และกลุ่มเปราะบาง ให้เข้าถึงบริการออนไลน์ของภาครัฐได้อย่างสะดวกและเท่าเทียม ส่วนภาคธุรกิจ เร่งส่งเสริมการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของนิติบุคคลผ่าน Integrated Document Signing Platform หรือ IDSP เพื่อรองรับการจัดทำและลงนามเอกสารสำคัญ เช่น e-Contract และ การลงนามแทนนิติบุคคล ให้มีความน่าเชื่อถือและตรวจสอบได้ รวมถึงเดินหน้าขับเคลื่อน e-Signature, Verifiable Credential และ Digital Document Wallet เพื่อให้ประชาชนจัดเก็บและใช้เอกสารสำคัญในรูปแบบดิจิทัลได้อย่างปลอดภัย เลือกเปิดเผยเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น และพร้อมต่อยอดสู่บริการดิจิทัลข้ามหน่วยงาน
ทั้งนี้ การสร้าง Digital Trust ต้องอาศัยความร่วมมือของทั้งระบบนิเวศ ควบคู่กับมาตรฐานสากล เพื่อให้บริการดิจิทัลไทยน่าเชื่อถือ และพร้อมเชื่อมโยงสู่ Cross-border Digital ID ในอนาคต ดังนั้น จึงเป็นที่มาของการจัดงานประชุมนานาชาติ “Digital Trust Thailand 2026 – ดิจิทัลไทย มาตรฐานโลก” ที่เป็นกลไกสำคัญในการเปิดเวทีให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ผู้กำหนดนโยบาย หน่วยงานกำกับดูแล ผู้ให้บริการ Trust Service เช่น Certification Authority (CA) รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity และ Digital Technology จากภาครัฐ ภาคเอกชน ทั้งไทยและต่างประเทศ รวมกว่า 300 คน ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง อัปเดตแนวโน้มเทคโนโลยี และถอดบทเรียนการพัฒนา Digital Trust จากระดับโลกสู่การประยุกต์ใช้จริงในบริบทของประเทศไทย ผ่านเวทีประชุมและเสวนา ครอบคลุมทั้ง Keynote, Special Talk, Panel Discussion, Exhibition, Business Matching และ Workshop รวมกว่า 17 Sessions ที่เกิดขึ้นในวันนี้

นอกจากนี้นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA ยังได้ร่วมอัปเดตทิศทางการขับเคลื่อน Digital Trust ของไทยใน Session “The Pulse of Thailand’s Digital Trust: Statistical Insights of e-Signature Growth and the Roadmap for Digital ID 2.0” ที่ได้นำเสนอภาพรวมการเติบโตของการใช้งาน e-Signature ในประเทศไทย และ Roadmap การพัฒนา Digital ID 2.0 ที่จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับบริการดิจิทัลของไทยให้สะดวก ปลอดภัย เชื่อมโยงกันได้ รองรับการใช้งานจริงของประชาชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐในอนาคตอีกด้วย
การจัดงาน “Digital Trust Thailand 2026 – ดิจิทัลไทย มาตรฐานโลก” ในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา องค์กรระหว่างประเทศ และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา เพื่อร่วมกันวางรากฐาน Digital Trust ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลไทย ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมที่เพจ ETDA Thailand

