“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” คาดปีนี้ไทยส่งออกเลซิตินลดลง 9.4% เหตุถั่วเหลืองราคาพุ่ง-จีนส่งออกเพิ่ม

570

กรุงเทพฯ, วันที่ 23 มิ.ย. – ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานถึงสถานการณ์การส่งออก “เลซิติน” ว่า โครงสร้างการส่งออกเลซิตินของไทยพึ่งพาตลาดเวียดนามในระดับสูง โดยในปี 2025 ไทยส่งออกเลซิตินไปเวียดนามราว 90% ของปริมาณส่งออกทั้งหมด ทำให้การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์หรือการแข่งขันในตลาดเวียดนามส่งผลต่อภาพรวมการส่งออกของไทยค่อนข้างมาก

ในปี 2026 จีน ซึ่งเป็นแหล่งนำเข้าเลซิตินอันดับหนึ่งของเวียดนาม มีแนวโน้มกลับมาส่งออกได้ตามปกติ หลังความล่าช้าในการส่งมอบถั่วเหลืองจากบราซิลในช่วงต้นปีเริ่มคลี่คลาย โดยปัญหาดังกล่าวเกิดจากการตรวจโรคพืชและสิ่งปนเปื้อนในถั่วเหลืองที่เข้มงวดขึ้นตามข้อกำหนดของจีน ทำให้การส่งออกถั่วเหลืองจากบราซิลไปจีนล่าช้าในช่วงไตรมาสแรก ก่อนจะทยอยปรับดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป เมื่ออุปทานถั่วเหลืองทยอยกลับสู่ภาวะปกติ จีนจึงมีความพร้อมในการผลิตและส่งออกเลซิตินมากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดเวียดนามรุนแรงขึ้น และกดดันการส่งออกของไทย โดยเริ่มเห็นสัญญาณจากเดือนเม.ย. ว่าปริมาณส่งออกเลซิตินจากไทยไปเวียดนามลดลง 10% MoM

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า นอกจากนี้ ผู้ประกอบการเลซิตินของไทยยังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนจากราคาถั่วเหลืองที่มีทิศทางปรับสูงขึ้นในปี 2026 เพราะถั่วเหลืองคิดเป็นประมาณ 70% ของต้นทุนการผลิตเลซิติน ในขณะที่ ไทยพึ่งพาการนำเข้าถั่วเหลืองเกือบทั้งหมด โดยไทยนำเข้าถั่วเหลืองราว 99% หรือเฉลี่ย 3.69 ล้านตันต่อปีในช่วงปี 2021–2025 ทั้งนี้ ราคาถั่วเหลืองโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 6.4% ในปี 2026 จากผลกระทบของภัยแล้งและต้นทุนปุ๋ยที่ยังอยู่ในระดับสูง

สำหรับ “เลซิติน” เป็นสารอิมัลซิไฟเออร์ที่ใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอาหาร ช่วยให้น้ำและไขมันเข้ากันได้ดีขึ้น ลดการแยกชั้น และทำให้เนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์อาหารเนียนและสม่ำเสมอขึ้น โดยเลซิตินพบได้ตามธรรมชาติในถั่วเหลืองและไข่แดง ขณะที่ในเชิงอุตสาหกรรม เลซิตินมักผลิตมาจากกระบวนการกลั่นน้ำมันถั่วเหลืองดิบ ก่อนนำไปใช้ในอาหารหลายประเภท เช่น ช็อกโกแลต เบเกอรี่ ซอสปรุงรส และมาการีน