“ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอส่งศาลรัฐธรรมนูญสั่งพักงาน กกต. 3 ราย ระหว่างพิจารณาคดีฮั้ว สว. ตั้งข้อกังขาความเป็นกลาง พร้อมขู่เปิดคลิปหลักฐานซีรีส์ใหม่แฉขบวนการจัดโพยเลือก สว. และประกาศไม่ยอม หากมีการตัดตอนรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาก่อนส่งศาลฎีกา เตรียมเดินหน้าต่อคดีที่ดินเขากระโดงและสปอร์ตคอมเพล็กซ์รุกพื้นที่สาธารณะ

17 มิ.ย.2569 เวลา 11.00 น. นายภัทรพงษ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และมีคำสั่งให้ระงับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 3 คนจากทั้งหมด 7 คนในระหว่างการพิจารณาตัดสินคดีทุจริตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
นายภัทรพงษ์ กล่าวว่า กรรมการ กกต. ทั้ง 3 ท่านดังกล่าว ได้รับการคัดเลือกมาจากมติของที่ประชุมวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียงส่วนใหญ่ 138 เสียง ซึ่ง สว. กลุ่มนี้กำลังอยู่ระหว่างการถูกพิจารณาในกระบวนการคดีฮั้วเลือกตั้ง พฤติการณ์ดังกล่าวจึงทำให้สังคมตั้งคำถามถึงความเป็นกลางและอาจส่อขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 215 รวมถึง พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 126 ที่กำหนดให้องค์กรอิสระต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ปราศจากอคติ และความกล้าหาญ
นอกจากนี้ ทนายอั๋นยังได้เปิดเผยถึงกระแสข่าวลือเรื่องการปรับลดตัวเลข สว. ที่จะถูกส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จากเดิมที่มีจำนวน 52 คน ปรับลดลงเหลือ 43 คน หรืออาจเหลือเพียง 20 กว่าคน เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ โดยปล่อยให้กลุ่มที่มีเส้นทางการเงินชัดเจนรับโทษไป และกัน สว. ตัวตึงหรือ สว. สำรองบางส่วนไว้นั้น
“ผมจะไม่ยอมเด็ดขาด เนื่องจากเครือข่ายกระบวนการฮั้ว สว. ทั้งระบบมีความเชื่อมโยงพัวพันกันอย่างชัดเจน ซึ่งคณะอนุกรรมการไต่สวนฯ ชุดที่ 26 ของ กกต. ได้สรุปสำนวนมาแล้ว ดังนั้น กกต. จะต้องส่งรายชื่อผู้กระทำผิดทั้งหมดจำนวน 229 คน ให้ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณา และต้องหยุดทำหน้าที่แก้ต่างให้แก่ผู้ถูกกล่าวหา ”นายภัทรพงษ์ กล่าวและว่า หาก กกต. เลือกส่งฟ้องเพียงบางส่วน ตนจะใช้กลไกยื่นร้องเรียนให้การเลือกตั้ง สว. รอบระดับประเทศครั้งนี้ตกเป็นโมฆะทั้งหมดทันที
ในส่วนของหลักฐาน ทนายอั๋นได้ตั้งข้อสังเกตถึงคลิปวิดีโอกล้องวงจรปิดในวันเลือกตั้ง สว. ระดับประเทศ ว่า ที่มีการเว้นระยะเวลาระหว่างการเลือกตั้งรอบเช้าและรอบบ่ายยาวนานถึง 6-7 ชั่วโมง โดยตั้งคำถามไปยัง นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ว่าเป็นการดึงเชง เพื่อรอคำสั่งจัดทำโพยรายชื่อชุดใหม่ส่งให้ผู้สมัครในห้องเลือกตั้งหลังจากเกิดการหักหลังกันเองของกลุ่มการเมืองในรอบเช้าหรือไม่ โดยตนเตรียมจะเปิดเผยคลิปหลักฐานเด็ดชิ้นต่อ ๆ ไปในลักษณะเป็นซีรีส์ EP.1, EP.2, EP.3 ซึ่งมั่นใจว่ามีเนื้อหาที่ชัดเจนกว่าเดิม
นอกจากนี้ ตนยังได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับคำให้การแรกของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินที่ให้ไว้ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ซึ่งยืนยันชัดเจนว่ารับเงินส่วนหนึ่งมาจากบุคคลระดับรองประธานวุฒิสภา และปัจจุบันมี สว. จำนวน 3 คน ได้พยายามติดต่อมาหาตนเองเนื่องจากเกิดความไม่พอใจที่จะต้องถูกตัดชื่อออกเพื่อสังเวยให้แก่ สว. ตัวตึง ทั้งที่ตนเองก็ทำหน้าที่ตามสั่งและโอนเงินเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ
สำหรับประเด็นที่ นายศุภชัย ใจสมุทร ฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ออกมาพาดพิงถึงคดีรุกแม่น้ำแควน้อยของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส นั้น นายภัทรพงษ์ ชี้แจงโต้กลับว่า กรณีที่ดินเขากระโดงมีความชัดเจนตามแนวคำวินิจฉัยของศาลฎีกาและศาลปกครองเป็นข้อยุติอยู่แล้ว พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการเข้ารับตำแหน่งของอดีตบอร์ดการรถไฟฯ ว่าเป็นการเข้าไปล้วงลูกเอาข้อมูลภายในมาใช้ในโควตาของพรรคการเมืองใดหรือไม่
ทั้งนี้ นายภัทรพงษ์ ระบุว่า ในวันพรุ่งนี้ตนจะเดินทางไปเข้าพบอธิบดีกรมที่ดินเพื่อทวงถามความคืบหน้ากรณีกลุ่มทุนบุกรุกนำสปอร์ตคอมเพล็กซ์ (Sport Complex) ไปก่อสร้างทับทางเดินและลำห้วยสาธารณะ พร้อมย้ำทิ้งท้ายว่า ตนเองเป็นนักสู้ที่เป็นอิสระ ไม่ใช่คนของฝ่ายการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น

