ลูกสาวร้องเพจสายไหมต้องรอด คดีพ่อขับกระบะชน 4 คันรวดบนมอเตอร์เวย์ดับ ผ่านไป 3 เดือน 100 วันทำบุญคดีไม่คืบ เหตุตำรวจเกี่ยงพื้นที่รับผิดชอบ อ้างคาบเกี่ยวทางหลวง ปล่อยญาติสืบหาข้อมูลเอง แถมเจอรถคู่กรณีคันแรกเป็นอัยการ ด้านสายไหมฯ จี้ สน.ประเวศ เร่งสางคดีอาญา หวั่นผู้เสียหายชวดเงินเยียวยา

นางสาวหนึ่งฤทัย เดินทางเข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมกับเพจสายไหมต้องรอด หลังจากนายเกษม (นามสมมุติ) ผู้เป็นพ่อ ประสบอุบัติเหตุรถชนระนาว 4 คันรวด บนทางด่วนมอเตอร์เวย์ขาเข้ากรุงเทพฯ ก่อนถึงทางลงถนนพระราม 9 เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้พ่อเสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บอีก 3 ราย ทว่าเวลาล่วงเลยมานานกว่า 3 เดือน จนญาติทำบุญร้อยวันให้ผู้ตายแล้ว คดียังไม่มีความคืบหน้าและยังไม่สามารถสรุปได้ว่าใครเป็นฝ่ายผิดหรือถูก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เหตุผลเพียงว่าเป็นพื้นที่ติดต่อกับตำรวจทางหลวง ทำให้ยังหาเจ้าหน้าที่รับผิดชอบคดีที่แน่ชัดไม่ได้ และบอกให้ญาติใจเย็น ๆ เพื่อรอการประสานงาน
ลูกสาวผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อแจ้งเรื่องไปยังครอบครัวเลย ตนต้องออกตามหาเส้นทางที่พ่อเคยใช้และเข้าไปสอบถามตำรวจจนทราบเรื่องเอง จากการตรวจสอบข้อมูลด้วยตนเองพบว่า ในวันเกิดเหตุเป็นการชนต่อเนื่อง โดยเริ่มจากรถกระบะของพ่อตนชนท้ายรถคันแรกคือ รถอีซูซุ มิวเอ็กซ์ ซึ่งมีคนขับเป็นอัยการ โดยตนตั้งข้อสังเกตว่ารถคันแรกอาจเปลี่ยนช่องทางกะทันหัน จากนั้นมีรถแท็กซี่สีเขียวเหลืองคันที่ 3 พุ่งชนซ้ำจนรถของพ่อพลิกตะแคงขวางถนน และในเวลาห่างกันประมาณ 10 นาที รถแท็กซี่สีขาวคันที่ 4 ก็พุ่งชนเข้ากลางคันอย่างรุนแรงจนเป็นเหตุให้พ่อเสียชีวิต ซึ่งในช่วงที่ชน 3 คันแรกนั้น มีรถของเจ้าหน้าที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทยมาถึงจุดเกิดเหตุแล้ว แต่กลับไม่มีการกั้นพื้นที่อันตราย จนทำให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนขึ้น นอกจากนี้ ครอบครัวยังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากรถกระบะทำประกันภัยชั้น 3 ไว้ จึงยังไม่สามารถส่งซ่อมได้เพราะบริษัทประกันแจ้งว่าต้องรอผลสรุปคดีจากพนักงานสอบสวนก่อน
ทั้งนี้ ในวันเกิดเหตุญาติได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.ประเวศ และเข้าให้ปากคำเมื่อวันที่ 7 มีนาคม ซึ่งพนักงานสอบสวนระบุว่าจะส่งเรื่องไปยังสถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 8 (ตร.ทางหลวงอ่อนนุช) แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีข้อสรุปว่าหน่วยงานใดจะเป็นผู้รับผิดชอบทำคดีอย่างแท้จริง ทางด้านตัวแทนเพจสายไหมต้องรอด ระบุว่า ตามหลักกฎหมายหากเป็นคดี พ.ร.บ.จราจร ตำรวจทางหลวงจะเป็นผู้ดำเนินการแจ้งข้อหาและเปรียบเทียบปรับ แต่หากเป็นคดีอาญาที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จะต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจท้องที่ในการสอบสวนดำเนินคดี หลังจากนี้ทางเพจจะเร่งประสานไปยังผู้กำกับการ สน.ประเวศ เพื่อติดตามความคืบหน้าโดยเร็วที่สุด เนื่องจากผู้เสียหายช้าไปมากแล้ว และไม่ควรเสียสิทธิ์ในการได้รับความยุติธรรมรวมถึงการเยียวยาต่าง ๆ ที่พึงได้

