กองปราบฯ บุกรวบ “ช่างนัท-ซ้อโอ๋” คู่สามีภรรยา ตั้งเพจโปรไฟล์หรู โชว์ผลงานปลอม หลอกรับสร้าง-รีโนเวทบ้าน ก่อนทิ้งงานเสียหาย เหยื่อบางรายสูญเงินหลักล้าน บ้านสร้างไม่ถึงครึ่งต้องรื้อทิ้งทั้งหมด
วันที่ 16 มิ.ย. 69 พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ต.ธีรเดช อรุณนพรัตน์ สว.กก.1 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายณัฐนันท์ หรือ “ช่างนัท” จันทร์วรกุล อายุ 55 ปี และ น.ส.ฐิตาภา หรือ “ซ้อโอ๋” คงพากเพียร อายุ 49 ปี สองสามีภรรยา ตามหมายจับศาลอาญาที่ 2730-2731/2569 ลงวันที่ 14 พ.ค. 2569 ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” ได้บริเวณองค์การตลาด ซอยสวนผัก 4 แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ
สำหรับการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากมีกลุ่มผู้เสียหายจำนวนมากรวมตัวเข้าแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปราม หลังถูกผู้ต้องหาทั้งสองหลอกลวงว่า เป็นช่างรับเหมาก่อสร้างและต่อเติมบ้าน ก่อนทิ้งงานสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์สร้างความน่าเชื่อถือผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดย “ช่างนัท” เปิดเพจเฟซบุ๊กสาธารณะหลายเพจ อาทิ “Thai Technician Nut”, “เรา ช่างไทย” และ “nuttanun home” พร้อมนำภาพผลงานก่อสร้างที่แอบอ้างว่าเป็นผลงานของตนเองมาเผยแพร่ โฆษณาว่ารับงานในราคาถูก มีประสบการณ์สูง และไม่ทิ้งงาน จนมีผู้หลงเชื่อจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีบุคคลทำหน้าที่เป็นหน้าม้าคอยสร้างความน่าเชื่อถือ
เมื่อผู้เสียหายติดต่อสอบถามและนัดประเมินราคา น.ส.ฐิตาภา จะเข้ามาช่วยพูดจาโน้มน้าว อ้างถึงความเชี่ยวชาญของสามี พร้อมนำโฟโต้บุ๊กภาพงานก่อสร้างที่จัดฉากขึ้นมาแสดง เพื่อเร่งรัดให้ผู้เสียหายตัดสินใจเซ็นสัญญา หลังจากเหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินงวดแรก หรือเงินค่าวัสดุก่อสร้าง ผู้ต้องหาจะส่งคนงานเพียง 2-3 คน เข้าไปดำเนินการเล็กๆน้อยๆ เช่น ทุบรื้อบางส่วน หรือลงเสาเข็มเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ดูเหมือนเริ่มงานจริง ก่อนจะขอเบิกเงินงวดต่อไป จากนั้นจึงค่อย ๆ ลดจำนวนคนงาน บ่ายเบี่ยงไม่เข้าสถานที่ก่อสร้าง และอ้างสารพัดเหตุผล เช่น มารดาเสียชีวิต ก่อนตัดการติดต่อไปในที่สุด
อีกทั้งยังพบว่า เมื่อผู้เสียหายบางรายนำเรื่องราวไปโพสต์เตือนภัยในกลุ่มเฟซบุ๊กเกี่ยวกับผู้รับเหมา ผู้ต้องหาทั้งสองกลับนำข้อความดังกล่าวไปฟ้องร้องในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เพื่อใช้เป็นเครื่องมือกดดันผู้เสียหาย และประวิงเวลาไม่ให้ถูกดำเนินคดี
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบมูลค่าความเสียหายรวมแล้วกว่า 2.9 ล้านบาท โดยมีผู้เสียหายหลายรายตกเป็นเหยื่อ อาทิ ผู้เสียหายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่มาว่าจ้างสร้างบ้านมูลค่า 500,000 บาท จ่ายเงินไปแล้ว 450,000 บาท แต่ผู้ต้องหาเพียงขึ้นโครงคานก่อนทิ้งงาน ปล่อยบ้านค้างเติ่ง อีกรายเกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ ผู้เสียหายมาว่าจ้างรีโนเวทบ้าน วงเงิน 490,000 บาท ก่อนถูกหลอกให้โอนเงินล่วงหน้า และค่าวัสดุรวมกว่า 554,850 บาท ก่อนที่ผู้ต้องหาจะเข้ามาทุบกำแพงและรื้อพื้นบ้านจนเสียหาย แล้วหลบหนีไป ส่วนผู้เสียหายรายที่สาม นั้นมาจ้างซ่อมแซมบ้าน จ่ายเงินไปแล้ว 360,000 บาท จากนั้นคนงานก็ค่อย ๆ ลดจำนวนลงจนสุดท้ายก็ทิ้งงาน เมื่อภรรยาของผู้เสียหายโพสต์เตือนภัย กลับถูกผู้ต้องหาฟ้องร้องในคดีหมิ่นประมาท ขณะที่ผู้เสียหายรายหนึ่งในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่าจ้างสร้างบ้านและจ่ายเงินไปแล้วถึง 1,599,215 บาท แต่ผู้ต้องหาอ้างเหตุแม่เสียชีวิตเพื่อหยุดงาน ตรวจสอบแล้วพบว่าก่อสร้างแล้วเสร็จไปเพียงประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังไม่ได้มาตรฐานจนต้องรื้อทิ้งทั้งหมด
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้านกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ฝากเตือนประชาชนที่กำลังมองหาผู้รับเหมาก่อสร้างหรือรีโนเวทบ้าน ให้ตรวจสอบประวัติการทำงาน สถานที่ตั้งของบริษัทหรือผู้รับเหมาอย่างละเอียด อย่าหลงเชื่อเพียงภาพผลงานในสื่อออนไลน์หรือราคาที่ถูกผิดปกติ รวมทั้งควรจ่ายเงินตามงวดงานที่มีความคืบหน้าจริงตามสัญญา เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาในคราบผู้รับเหมา

