ที่สน.ห้วยขวาง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รองผบช.ทท.) กล่าวถึงกรณีชาวอิสราเอลก่อเหตุฆ่าล้างแค้นกัน เหตุเกิดบนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา โดยสืบสวนสอบสวนทราบว่า ชาวอิสราเอลที่เสียชีวิตมีประวัติต้องคดีฆ่าและการก่อเหตุครั้งนี้เป็นการตามมาล้างแค้นของอริ ว่า การก่อเหตุของชาวอิสราเอลครั้งนี้ ไม่ว่าจะด้วยมูลเหตุส่วนตัว หรืออะไรก็ตามแต่การเข้ามาก่อเหตุในไทย โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่เกาะสมุย ก็ต้องรับโทษตามกฎหมายไทย มูลเหตุจะเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว หรือความขัดแย้งของแก๊งในประเทศเขา ก็ต้องสวบสวนต่อไป ในส่วนของประเทศไทยยืนยันว่าไม่มีกลุ่มแก๊งมาเฟียชาวต่างชาติหลงเหลืออยู่แล้ว โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวกวาดล้างหมดแล้ว เช่นแก๊งเฮลแองเจิ้ล ก็ปราบหมดแล้ว กลุ่มที่หลบหนีจากประเทศต่างๆมาอาศัยในไทยก็ผลักดันออก เนรเทศหมดแล้ว ยืนยันว่าประเทศไทยเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวไม่ใช่สวรรค์ของกลุ่มคนร้าย

รองผบช.ทท. กล่าวว่า กรณีนี้ไม่ใช่เรื่องของกลุ่มแก๊งที่มาตั้งรกรากอยู่ในไทย แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนเดินทางเข้ามาในลักษณะของการเข้ามาท่องเที่ยว แล้วเป็นการตามกันมาด้วยปมขัดเคืองกันในประเทศตัวเองแล้วตามมาก่อเหตุในไทย พฤติการณ์คือจงใจตามเข้ามา ตั้งใจมาในไทยเพื่อก่อเหตุ ในคดีนี้จึงแจ้งข้อหา ร่วมกันห่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อ เจตนาตั้งใจ วางแผนตระเตรียมการณ์ไว้อย่างดี แต่อย่างไรก็ตามตำรวจจับกุมได้ทันที 5 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า ชาวอิสราเอลเข้ามาในไทย และอยู่ในไทยจำนวนไม่มาด เข้ามาในลักษณะของนักท่อเที่ยวเสียเป็นส่วนใหญ่ ตนยังไม่สามารถระบุจำนวนได้ แต่ทางสตม.รวบรวมไว้แล้ว ตำรวจท่องเที่ยวมีข้อมูลของคนร้ายข้ามชาติทุกชาติ แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ไม่มีชื่อในฐานข้อมูลคนร้ายข้ามชาติ ไม่มีรายชื่อในแบล็คลิสต์ หรือวอชลิสต์แต่อย่างใด แต่รายละเอียดบางอย่างเป็นข้อมูลในประเทศของเขา แต่การเข้ามาในไทยคือว่าประวัติเคลียร์ เดินทางเข้ามาอย่างถูกต้องในลักษณะนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามกลุ่มต่างชาติที่เฝ้าระวังก็มีอยู่และเฝ้าจับตาอยู่แล้ว ตำรวจท่องเที่ยวเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับสันติบาล เฝ้าระวังอยู่แล้ว แต่คนร้ายทั้ง 2 คนไม่ปรากฏในฐานข้อมูลใด ทั้งนี้การก่อเหตุอุกอาจกลางเมืองเช่นนี้ เราดำเนินคดีเด็ดขาด เพิกถอนวีซ่าและขึ้นบัญชีแบล็คลิสต์ทันที

รองผบช.ทท.กล่าวว่า ต่างชาติที่เข้ามาในไทย มีทั้งคนดีและไม่ดีปะปนกันเป็นธรรมดา หน้าที่ของตำรวจท่องเที่ยวคือแยกแยะคนไม่ดีออก ดูแลคนดีที่เข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อน ในส่วนของชาวอิสราเอลนั้นก็มีมาตรการดูแล ต้องยืนยันว่าไทยไม่ใช่ดินแดนคู่กรณีของใคร การจับตามองก็ดูทุกมิติ แต่คงไม่ต้องเฝ้าระวังพิเศษ ยืนยันว่าไทยไม่ใช่สวรรค์ของมาเฟียต่างชาติ ไม่ใช่สวรรค์ของผู้ก่อการร้าย เราปราบปรามหมดแล้ว แม้โลกที่ไร้พรมแดน การเปิดประเทศ เป็นช่องว่างให้คนที่คิดไม่ดีเดินทางเข้ามาแต่หน่วยความมั่นคงไทย ตำรวจไทยใช้กฎหมายทุกข้อปราบปรามต่อเนื่อง รวมถึงการปราบปรามนอมินีที่เข้ามาแต่งงานกับภรรยาชาวไทยแล้วเข้ามาครอบครองธุรกิจ บาร์เบียร์ ร้านค้าต่างๆ ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญเช่นเกาะสมุย ตรงนี้ก็มีมาตรการตรวจสอบปราบปรามอยู่