ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รองผบช.ก. เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วย นายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการกองคดี 1 ผู้แทนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) ร่วมกันประชุมติดตามความคืบหน้าการสืบสวนจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยก่อนการประชุม ได้ร่วมกันคืนเงินให้กับผู้เสียหาย จำนวน 2 ราย รวมเป็นเงินจำนวน 532,000 บาท

พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. กล่าวว่า ตั้งแต่มีการเปิดศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ศป.ฉปทน.ตร.) ตั้งแต่วันที่8 ธันวาคม 2560 ได้มีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งธนาคาร สถาบันการเงิน ปปง. กสชท. จนสามารถออกหมายจับ จำนวน 375 หมาย จับกุมผู้ต้องหา 202 ราย ที่ผ่านมาพอใจการปฏิบัติงาน สถิติการก่อเหตุลดลงตามลำดับ ตอนนี้ชุดสืบสวนรวบรวมเครือข่ายของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จำแนกได้ประมาณ 8 แก๊ง โดยมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ บางส่วนใช้ฐานปฏิบัติการในต่างประเทศโทรมาหลอกลวงคนไทย บางส่วนก็ตั้งฐานปฏิบัติการในประเทศไทยหลอกลวงคนไทยด้วยกัน ขอย้ำว่าเมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอกให้รีบโทรแจ้งสายด่วน 1155 และ 1710 ทันทีเพื่ออายัดเงินในบัญชีไว้ได้ทัน

อย่างไรก็ตามจากสถิติการรับแจ้งเหตุของศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ศป.ฉปทน.ตร.) รับแจ้งเหตุตั้งแต่วันที่ 8 ธ.ค.2560-20 ม.ค.2561 จำนวน 187 ราย มูลค่าความเสียหาย 96,039,468 บาท

ด้านนายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการกองคดี 1 ปปง. กล่าวว่า ทุกฝ่ายได้บูรณาการทำงานร่วมกันทั้งการป้องกัน การปราบปราม ที่ผ่านมามีการบอล็คเบอร์ต้องสงสัย 50 เบอร์ ที่โทรมาจากต่างประเทศ พร้อมกับตรวจสอบ4พันบัญชีธนาคาร มีการเรียกเจ้าของบัญชีมาให้ข้อมูลบางส่วนแล้ว ล่าสุดพบว่ามีการปลอมไลน์ ปลอมโปร์ไฟล์ ใช้ภาพแอบอ้างเป็น พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รรท.เลขาธิการ ปปง. สร้างความน่าเชื่อถือ โดยส่งข้อความไปหาเหยื่ออ้างว่าพัวพันอาเสพติด ต้องการตรวจสอบบัญชี โชคดีที่รายนี้รู้ตัวก่อนจึงไม่ตกเป็นเหยื่อ